ไทยมีผู้ป่วย ‘สะเก็ดเงิน’ กว่า 1.7 ล้านคน แต่เข้าไม่ถึงยาแพง แพทย์ขอ สปสช.ให้สิทธิบัตรทอง
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยสถาบันโรคผิวหนัง จัดงานวันสะเก็ดเงินโลก (World Psoriasis Day 2024) ภายใต้แนวคิด “Psoriatic Disease and the Family” หรือ “ครอบครัวรวมจิต ดูแลชิดใกล้ ห่วงใยโรคสะเก็ดเงิน” เพื่อสร้างความ ตระหนักรู้ให้แก่ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ครอบครัวของผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน ทำให้ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินและครอบครัวของผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมี นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง พญ.ปรียา กุลละวณิชย์ ที่ปรึกษาสถาบันโรคผิวหนัง นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และตัวแทนผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินเข้าร่วม ณ สถาบันโรคผิวหนัง

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังที่การสาธารณสุขทั่วโลกให้ความสำคัญ ด้วยอาการของโรคผิวหนังที่แสดง เช่น มีผื่นที่กระจายทั่วตัว แห้งลอกเป็นขุย ตุ่มหนอง เป็นแผลพุพอง และ อาจมีภาวะแทรกซ้อนโรคร่วมในอวัยวะส่วนอื่นๆที่รุนแรงร่วมด้วย โดยเฉพาะความพิการในระบบข้อต่อต่างๆ จึงทำให้คน ทั่วไปที่พบเห็นรังเกียจคิดว่าเป็นโรคติดต่อ ทำให้ได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตการเข้าสังคม การประกอบอาชีพ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต สภาพจิตใจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและโรคอื่นๆ ร่วมด้วย
“มีผู้ป่วยสะเก็ดเงินมากกว่า 125 ล้านคนทั่วโลก ที่ต้องเผชิญกับปัญหานี้ ในประเทศไทยข้อมูลจาก Health Data Center (HDC) สธ. ปี 2565 พบว่ามีผู้ป่วยสะเก็ดเงิน 1,748,704 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1-2 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในไทย เมื่อดูภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยต่อครั้งของผู้ป่วยที่มารักษาที่สถาบันโรคผิวหนัง เฉลี่ย 3,077 บาทต่อครั้ง เพื่อให้เห็นความสำคัญของโรคสะเก็ดเงิน จึงมีการกำหนดให้วันที่ 29 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันสะเก็ดเงินโลก เป็นวันที่การเป็นโรคสะเก็ดเงินนั้นไม่ใช่เพียงผู้ป่วยที่ต้องเผชิญแต่ยังรวมไปถึงบุคคลอันเป็นที่รัก ครอบครัวของผู้ป่วย ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ยังใช้ชีวิตประจำวันไม่ค่อยสะดวก” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์จึงต้องร่วมมือกับ สธ. สถาบันโรคผิวหนัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะหาทางและนำนวัตกรรมยาช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นโรคดังกล่าว การนำแพทย์แผนตะวันตกที่ยึดถือเป็นมาตรฐานในการรักษามาผสมผสานกับการแพทย์ตะวันออก การนำแพทย์แผนไทยเข้ามาเสริมในการรักษา ที่จะช่วยดูในเรื่องของภายในร่างกาย การปรับสมดุลของสภาวะจิตใจ ทั้งนี้การรักษาอาจจะมีผลค้างเขียงไปตลอดชีวิตของผู้ป่วย ความเดือดร้อนเหล่านี้จะต้องสมควรแก่การศึกษาวิจัยเพื่อลงลึกถึงการรักษา

ด้าน นพ.สกานต์ กล่าวว่า มีผู้ป่วยและครอบครัวที่เผชิญกับโรคสะเก็ดเงิน ที่สมควรได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องในการสร้างความตระหนักและความเข้าใจต่อผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินว่าพวกเขาไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว รวมทั้งสร้างฐานข้อมูลความรู้ความเข้าใจต่อโรคแก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วยในการพูดคุยกันอย่างเปิดเผยถึงโรคดังกล่าว เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้การแสดงออกถึงความต้องการและความจำเป็นต่างๆ ของตนให้สังคมได้รับรู้ ซึ่งธีมประจำปีนี้ คือ “Psoriatic Disease and the Family” หรือ “ครอบครัวรวมจิต ดูแลชิดใกล้ ห่วงใยโรคสะเก็ดเงิน”
“การจัดงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ เช่น สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย หน่วยงานจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หน่วยงานจากกรมสุขภาพจิต โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ รพ.เด็ก รพ.เลิดสิน โรงพยาบาลอื่นๆ ในสังกัดกรมการแพทย์ และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง” นพ.สกานต์ กล่าว

นพ.จินดา กล่าวถึงการใช้ยาสำหรับการรักษาโรคสะเก็ดเงิน ว่า มีทั้งยาทาภายนอก ยาภายใน (ยากิน) และยาฉีด ในกรณียาฉีดนี้ จะมีผลในเรื่องของภูมิคุ้มกัน ที่ช่วยให้แผลของโรคสะเก็ดเงินอักเสบลดลงและดีขึ้นตามลำดับ ยากลุ่มนี้จะมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน บางตัวฉีดทุกสัปดาห์ บางตัวฉีดทุก 2 สัปดาห์ แต่ข้อจำกัดคือ ราคาสูง ขณะเดียวกัน ก็จะมีผลข้างเคียงในผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่ควรใช้ เช่น ผู้ป่วยมีโรคติดเชื้อซ่อนเร้น และวัณโรค ยากลุ่มนี้จึงไม่ถูกใช้เป็นกลุ่มแรกๆ ต้องผ่านการใช้ยาเบื้องต้นอย่างดีแต่ไม่ได้ผล โดยจะต้องตรวจร่างกายและตรวจเลือดว่าเหมาะกับการใช้ยาฉีดหรือไม่ ที่สำคัญคือ ยากลุ่มนี้จะทำให้โรคสะเก็ดเงินสงบ ดีขึ้น แต่ไม่การันตีว่าจะทำให้โรคดังกล่าวหายได้ จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
“ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จึงได้มีการหารือกับสถาบันโรคผิวหนังว่า ควรจะนำเสนอประเด็นนี้ให้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อพิจารณาสิทธิประโยชน์ในกองทุนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยากลุ่มนี้ได้มากขึ้น” นพ.จินดา กล่าว
พญ.เบ็ญจ์สชีว์ ปัทมดิลก นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเสริมว่า เนื่องจากมียาฉีดในการรักษาหลากหลายตัว จึงต้องมีการต่อรองราคา โดยยาตัวไหนที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสมกับเศรษฐกิจของประเทศไทยมากที่สุด ก็จะผลักดันสู่ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ จะทำให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) รักษาได้ ขณะนี้ สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ กำลังดำเนินการต่อรองราคากับกรมบัญชีกลาง และผลักดันเข้าสู่ยาบัญชียาหลักแห่งชาติ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาฉีด จะเป็นผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีอาการปานกลาง-รุนแรงมาก ซึ่งมีสัดส่วนราวร้อยละ 30 ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินทั้งหมด

