ส.ก.บางกอกใหญ่ ไม่ไหว ‘ท่วมซ้ำซาก’ ถึงเวลา ‘ย้ายประตูระบายน้ำ’ ไปปากคลองวัดอรุณฯ

30.10.24 | 18:09 น.

ส.ก.บางกอกใหญ่ ไม่ไหว ‘ท่วมซ้ำซาก’ ถึงเวลา ‘ย้ายประตูระบายน้ำ’ ไปปากคลองวัดอรุณฯ ชี้ ชาวบ้านเดือดร้อนทุกปี

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง คณะผู้บริหารและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เข้าร่วมการประชุม สภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2567

โดยมี นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ขอลาประชุมในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 10.00-13.00 น. และ 15.00 น. เป็นต้นไป เนื่องจากติดภารกิจ โดยได้มอบหมายให้ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ปฏิบัติหน้าที่แทนในช่วงเวลาดังกล่าว

ในตอนหนึ่ง นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นกระทู้ถามสด เรื่อง ปัญหาน้ำท่วมบริเวณปากคลองวัดอรุณ ในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่ โดยรอบปากคลองวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร มีโรงเรียน หน่วยงานราชการ และบ้านเรือนของประชาชนตั้งอยู่จำนวนมาก แต่ไม่มีประตูระบายน้ำ ประกอบกับในพื้นที่บางส่วนไม่มีเขื่อนกั้นน้ำ เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชนบริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน หากมีการย้ายประตูระบายน้ำจากจุดเดิมที่ตั้งอยู่บริเวณถนนวังเดิมไปยัง บริเวณปากคลองวัดอรุณจะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้

นายวิรัชกล่าวว่า ประเด็นกระทู้ที่ตนถาม อาจจะเป็นพื้นที่เล็กๆ ของปากคลองวัดอรุณฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ของเขตบางกอกใหญ่ เรามีคลองที่มีเนื้อที่ประมาณ 7 ตารางกิโลเมตร โดยมีคลองต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคลองจากทิศตะวันออกไปตะวันตก จากทิศเหนือมาทิศใต้ประมาณ 40 กว่าคลอง เพราะว่าดั้งเดิมเขตบางกอกใหญ่นั้น เป็นพื้นที่สวน

Advertisement

“แต่มีอยู่คลองหนึ่ง ที่เป็นปัญหาที่ซ้ำซาก ที่อยู่ในแผนป้องกันการระบายน้ำท่วม ของฝ่ายโยธาของสำนักงานเขต ที่จะต้องระดมสรรพกำลัง ไปบริเวณนั้นในทุกๆ ปี ถือว่าเป็นการสูญสิ้นสิ้น สิ้นเปลืองงบประมาณ” นายวิรัชชี้

นายวิรัชกล่าวว่า ถ้าเราเห็นจากภาพ คลองวัดอรุณฯ ทางด้านขวามือจะติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนทางด้านซ้ายมือ จะเป็นถนนอรุณอัมรินทร์ ซึ่งเดิมเป็นถนนอรุณอมรินทร์ แต่ในสมัยนี้เรียกว่าถนนวังเดิม แต่ก็จะมีประตูระบายน้ำ เพราะว่าน้ำไหลจาก ขวาไปซ้ายมือ มันจะมีประตูของสำนักการระบายน้ำปิดป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาสู่พื้นที่ของเขตบางกอกใหญ่ ภาพต่อมาคือแนวเขื่อนที่ป้องกันน้ำท่วม 3 เมตร โดยที่จะเห็นเป็นซี่ไม้ไผ่ ซึ่งซี่ไม้ไผ่อยู่ในบริเวณปากคลองวัดอรุณฯ

จากปากคลองด้านขวามือ และเรามีประตูระบายน้ำด้านซ้ายมือ ขวามือนั้นลูกศรพุ่งตรงไปคือบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ไปตรงที่ประตูปากคลองวัดอรุณที่มีฉีกไม้ไผ่ปักอยู่ ด้านเบื้องล่างลงมา มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ประมาณ 30 หลังคาเรือน ส่วนอีกฝั่งเป็น สถานที่ราชการของหน่วยงานทหารเรือซึ่งพื้นที่เขาสูงกว่าของเรา ถ้าหากเราเปรียบในนัยยะในการแก้ไข เรามีแนวป้องกันเขื่อนป้องกันน้ำท่วมบริเวณปาก บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ในบริเวณคลองวัดอรุณฯ เปรียบเสมือนฟันหลอ

“ซอยวังเดิม 10 มีความลึกพอๆ กับแนวที่ถนนวิ่งตรงเข้าไปในซอยวังเดิม 10 เกือบไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา มีบ้านพันตำรวจเอกหญิงอยู่ท่านหนึ่ง ผมได้เข้าไปเยี่ยมเยียนและทำความรู้จักกับท่านมา ตั้งแต่ที่ท่านเป็นร้อยเอก ไปเยี่ยมเยียนทุกๆ ปีเอาของไปให้ทุกปีมอบทุกปี จนเขาเกรงใจผม ตอนนี้เป็นข้าราชการเกษียณพันตำรวจเอกหญิงอายุ 80 ปี ประมาณ 30 กว่าปีแล้ว มันเกิดแบบนี้ซ้ำซาก ทางเดินไม่ถึงเมตรเศษๆ เท่านั้นเอง สำนักงานเขตจะระดมสรรพกำลังทุกปี แก้ไขตรงนี้

แต่ปีนี้ดีขึ้นเนื่องจากมีพระราชพิธีทอดกฐิน ก็จะมีหน่วยงานต่างๆ ระดมสรรพกำลังไปช่วยบริเวณนี้ ซึ่งปีนี้มีเครื่องสูบทั้งหมดยิ่งใหญ่โดยมีทั้งหมด 6 เครื่อง ของสำนักงานเขต และของสำนักการระบายน้ำ” นายวิรัชชี้

นายวิรัชกล่าวต่อว่า ทางแก้ไข คือแรงดัน ตนเข้าใจว่าแรงน้ำของจากแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อมีน้ำทะเลหนุน และเวลาน้ำฝนเพิ่มขึ้ ก็จะไหลเข้าสู่คลองวัดอรุณฯ แรงดันของน้ำได้รอดใต้ เคลื่อนที่อยู่ทางบ้านเรือนประชาชนเข้ามาบริเวณซอยวังเดิม 8 และซอยวังเดิม10 ซึ่งเกิดขึ้นทุกปี

“ถามว่าถ้าเราเลื่อนประตูระบายน้ำ จากด้านซ้ายถนนอรุณอัมรินทร์ หรือถนนวังเดิมในปัจจุบันซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานการระบายน้ำ ย้ายไปอยู่ที่ ประตูระบายน้ำด้านขวาที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ผมคิดว่ามันคือการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน”

“ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา พระอุโบสถของวัดอรุณฯ หรือวัดแจ้งที่ท่านได้เห็นข่าว 3 ถึง 4 วันที่ผ่านมานั้น เกิดน้ำท่วม สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ต้องระดมเจ้าหน้าที่ไปช่วยกันสูบ ก็เพราะว่าน้ำผลักดันจากบริเวณใต้ดินของบริเวณบ้านเรือนประชาชนเข้าไปสู่ท่อระบายน้ำในบริเวณวัด
ผมเลยมีคำถามว่าไปถึงฝ่ายบริหารว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องแก้ปัญหาในบริเวณนี้อย่างยั่งยืน ด้วยการด้วยการย้ายประตูระบายน้ำจากปากซอยวังเดิม 10 ไปสร้างบริเวณเชื่อมต่อระหว่างที่ดินของวัดอรุณฯ และข้ามไปสู่ที่ดินของส่วนราชการ มันจะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ท่านดำเนินการไปถึงไหนแล้ว นี่คือคำถามแรกและคำถามเดียว” นายวิรัชกล่าวทิ้งท้าย