‘สมศักดิ์-เดชอิศม์’ ยกทัพ สธ.คิกออฟ NCDs เวทีแรกสงขลา ตั้งโต๊ะติวเข้ม อสม.นับคาร์บ

1.11.24 | 15:57 น.

‘สมศักดิ์-เดชอิศม์’ ยกทัพ สธ.คิกออฟ NCDs เวทีแรกสงขลา ตั้งโต๊ะติวเข้ม อสม.นับคาร์บ

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดงานการขับเคลื่อนนโยบายคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ครั้งที่ 1 โดยมี นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ. นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา น.ส.สุภาพร กำเนิดผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้บริหาร สธซ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1,800 คน เข้าร่วม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา

นายเดชอิศม์ กล่าวต้อนรับว่า มีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมจัดกิจกรรมการขับเคลื่อนโครงการคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ครั้งที่ 1 ในเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินเดีย ขนาบด้วยท้องทะเลอ่าวไทย ทางฝั่งตะวันออก และทะเลอันดามันทางฝั่งตะวันตก จังหวัดที่ใหญ่ที่สุด คือ สุราษฎร์ธานี และจังหวัดที่เล็กที่สุด คือ ภูเก็ต โดยทุกจังหวัดของภาคใต้ มีเขตติดต่อกับทะเลยกเว้น ยะลา และพัทลุง ในภาคใต้มีอาหารที่มีจัดจ้าน เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แกงส้ม แกงไตปลา น้ำบูดู และยังมีชาเย็น ที่รสชาติหวานมัน เข้มข้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ของคนในพื้นที่ การรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้านนั้น อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศไทย จึงหวังว่ากิจกรรมในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงสุขภาพของประชาชน ทำให้ทุกคนมีสุขภาพดี ลดอัตราการเจ็บป่วย และเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้

Advertisement

ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคไตเรื้อรัง จำนวนมาก สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารหวานจัด เค็มจัด ไม่ออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ นอนดึก มีความเครียดสูง รวมถึงการกินยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ สูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สธ.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพ ปรับปรุงกฎหมาย และมาตรการ ให้เอื้อต่อการต่อสู้กับ NCDs การสนับสนุนแนวคิดสุขภาพดี สิทธิประโยชน์เพิ่ม รวมถึงส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผ่านศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs เพื่อลดอัตราการป่วย ก่อนเข้าสู่ระบบการรักษา

“การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจาก บุคลากรสาธารณสุข และพี่น้อง อสม. ทั้งในด้านการสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน การส่งเสริมสุขภาพด้านอาหารและโภชนาการ รวมถึงการออกกำลังกาย ที่จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยในผู้ป่วยรายเก่า และลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนและรัฐบาลได้ จึงขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมจัดงานในวันนี้ และขอให้พวกเราช่วยกันขับเคลื่อนนโยบาย คนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่ออนาคตของระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืน และประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนโครงการนี้ เพื่อทำให้คนไม่ป่วย โดยใช้คำว่า กินเป็นไม่ป่วย ซึ่งขอใช้เวลา 3-6 เดือน เพื่อทำให้ อสม.เข้าใจ เนื่องจากเป็นหมอคนที่ 1 ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน โดยจะช่วยให้ประชาชน ลดการเจ็บป่วยได้ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า มีผู้เสียชีวิต จาก NCDs มากกว่าปีละ 4 แสนคน ทำให้สูญเสียมูลค่าทั้งทางตรง และทางอ้อม รวมกว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี และในปี 2567 ตนก็ได้รับรายงานว่า โรคเบาหวาน ต้องใช้งบประมาณกว่า 14,000 ล้านบาท ความดัน 14,000 ล้านบาท ไต 22,000 บาท โดยหากรวมแค่ 3 กลุ่ม ก็ใช้งบประมาณกว่า 50,000 ล้านบาทแล้ว ดังนั้น NCDs ดีได้ ด้วยกลไก อสม. ซึ่งคือ แนวทางการขับเคลื่อนงาน ให้ความรู้ การนับคาร์บ รวมถึงการจัดหาเครื่องมือให้ อสม.ด้วย

“วันนี้ ผมขอสอนการนับคาร์บให้กับ อสม.ที่ถ่ายทอดสดพร้อมกัน 14 จังหวัด โดยเราต้องกินไม่เกิน เพราะหากกินเกิน เส้นเลือดจะชำรุด เนื่องจากความหวานที่มาจากข้าว คือ ตัวแสบ ดังนั้น เราต้องคำนวนการกินข้าวได้เท่าไหร่ เพราะแต่ละคน กินได้ไม่เท่ากัน ซึ่งกินมากไม่ได้ จะเกิดน้ำตาล โดยสูตรคำนวนนี้ เกิดมาจากการทดลองของคนอเมริกัน ชื่อ Harris Benedict ซึ่งเป็นสูตรคงที่ จะทำให้เรากินข้าวได้พอดี และไม่ป่วย โดยผมทำแค่ 2 เดือน ผอมลงเลยทันที ดังนั้น เมื่อปฎิบัติถูกต้อง น้ำหนักจะลด และไม่เจ็บป่วยจากโรค NCDs” นายสมศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การขับเคลื่อนโครงการ NCDs เพราะต้องการลดการเจ็บป่วย ซึ่งการจะหยุดป่วยได้ ต้องเริ่มที่การกิน โดยต้องไม่กินคาร์โบไฮเดรต เกินกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ซึ่งประชาชน มีความจำเป็นบริโภคไม่เท่ากัน ตนจึงนำวิธีคิดของหลัก Harris Benedict มาแนะนำให้กับ อสม. เพื่อให้ช่วยรณรงค์การทานอาหารให้เหมาะสม โดยการขับเคลื่อนโครงการนี้ จะทำให้ อสม.เข้าใจการคิดคำนวนปริมาณการทานอาหาร และเมื่อมีความเข้าใจ ก็จะสามารถช่วยป้องกันการป่วยได้ ซึ่งตนคาดว่า ประมาณ 2 ปี ตัวเลขผู้ป่วยจะลดลงอย่างชัดเจน