เลือกตั้ง ‘บอร์ดเภสัชกร’ ส่อวุ่น! ผู้สมัครร้องศาลปกครองระงับการประกาศผล 12 พ.ย. เหตุพบความไม่ชอบมาพากลในการหาเสียงและนับคะแนน จี้จัดใหม่เพื่อความโปร่งใส
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดเลือกตั้งกรรมการสภาเภสัชกรรม วาระที่ 11 ระหว่างปี พ.ศ.2568 – 25570 ซึ่งเป็นไปตามอำนาจแห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.2537 ซึ่งมีการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2567 และจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งเป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน ถึง วันที่ 11 ตุลาคม 2567 กำหนดประกาศผลการเลือกตั้งวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่อเค้าไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ตามกำหนด เนื่องจากล่าสุดมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการจัดเลือกตั้งไปร้องต่อศาลปกครองให้ระงับการประกาศผลคะแนน พร้อมตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งดังกล่าวนี้
ทั้งนี้ ภก.ทรงวุฒิ สารจันทึก รองเลขาธิการสภาเภสัชกรรม ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการสภาเภสัชฯ เปิดเผยว่า สภาเภสัชกรรมมีหน้าที่ดูแลเภสัชกรทั่วประเทศราว 50,000 คน ซึ่งบทบาทหลักคือ การดูแลด้านจริยธรรมวิชาชีพ ทั้งนี้สภาเภสัชฯ สามารถยึดหรือพักใช้ใบอนุญาตวิชาชีพของเภสัชกรที่มีการกระทำผิดด้านจริยธรรมได้ หรือเรียกได้ว่า เป็นหน่วยงานสูงสุดที่ดูแลเภสัชกร เหมือนกับแพทยสภาที่ดูแลแพทย์มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม มีสมาชิกทั้งหมด 24 คน แบ่งออกเป็น กรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง 12 คน และกรรมการโดยตำแหน่งอีก 12 คน ที่มาจากตัวแทนของกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยกรรมการทั้งหมดจะเป็นตัวแทนในการลงคะแนนเสียงเลือก “นายกสภาเภสัชกรรม” ทั้งคณะดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี ต่อเนื่องไม่เกิน 2 วาระ หรือ 6 ปี
“การเลือกตั้งกรรมการเภสัชกรรมวาระที่ผ่านมานั้น ดำเนินการไปอย่างถูกต้อง แต่การเลือกตั้งในวาระที่ 11 นี้ ผมพบความผิดปกติในการเลือกตั้ง ส่อแววว่าจะมีการทุจริต จึงได้ยื่นเรื่องร้องต่อศาลปกครอง โดยล่าสุดศาลปกครองได้รับเรื่องเป็นคดีใหม่เลขดำแล้ว” ภก.ทรงวุฒิ กล่าวและว่า การเลือกตั้งกรรมการสภาเภสัชฯ นั้น จะมี 2 ช่องทาง คือ การส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ (Paper vote) และการลงคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-voting) ซึ่งความผิดปกติที่พบในการลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ คือ หนึ่งในผู้สมัครที่อยู่ในตำแหน่งกรรมการบริหารของคณะกรรมการสภาเภสัชฯ วาระปัจจุบัน เป็นผู้คัดเลือกบริษัทที่จัดทำระบบลงคะแนนเลือกตั้งด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิการจัดซื้อจัดจ้างรับงานโครงการต่างๆ หลายโครงการจากทีมผู้สมัคร ที่เป็นกรรมการบริหารของสภาเภสัชฯ วาระปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ดำรงตำแหน่ง จุดนี้ทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งหลายคนเกิดความเคลือบแคลงใจ ว่าเหตุใดไม่ให้หน่วยงานกลางอย่าง “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ กกต. เข้ามาจัดการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ภก.ทรงวุฒิ กล่าวว่า แม้ว่าในระเบียบการเลือกตั้งของสภาเภสัชฯ ไม่ได้ระบุเรื่องนี้ไว้ แต่การเลือกตั้งควรเป็นไปตามครรลองที่ถูกต้อง ความผิดปกติที่พบสำคัญคือ มีผู้ที่สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลการลงคะแนนได้ โดยมีการนำจำนวนผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไปโพสต์ในกลุ่มไลน์
“และเมื่อมีการทักท้วงสอบถามว่า นำข้อมูลมาจากที่ไหน ในวันต่อมาคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งก็มีการรายงานจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นประจำทุกวัน และพบว่าในบางวันมีตัวเลขที่ถูกเปลี่ยน ไม่ตรงกับตัวเลขที่รายงานในวันก่อนหน้า และเมื่อมีการยื่นคำร้องขอตรวจสอบผลผลคะแนนการเลือกตั้ง กลับได้คำตอบเพียงว่า ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ แต่ทางผู้ร้องไม่สามารถทราบได้ว่าการตรวจสอบดังกล่าวใช้วิธีการใด” ภก.ทรงวุฒิ กล่าว
ภก.ทรงวุฒิ กล่าวอีกว่า ในประเด็นถัดมา ในการเลือกตั้งไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการหาเสียงและระยะเวลาในการหาเสียง โดยเฉพาะผู้สมัครอยู่ในตำแหน่งกรรมการสภาเภสัชฯ วาระปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็นการเอื้อให้ผู้สมัครที่อยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสภาเภสัชฯ วาระปัจจุบัน ใช้ทรัพยากรต่างๆ ของสภาเภสัชฯในการจัดกิจกรรมวิชาการเพื่อหาเสียง รวมถึงใช้สื่อโซเชียลมีเดียของสภาเภสัชฯ ทุกช่องทางในการหาเสียง ซึ่งเป็นการใช้ความได้เปรียบหรือผู้สมัครรายอื่นที่ไม่สามารถใช้ทรัพยากรและสื่อโซเชียลมีเดียของสภาเภสัชฯ ได้ นอกจากนั้น ได้มีการเชิญชวนสมาชิกสภาเภสัชฯ ผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งเข้ากลุ่มไลน์อนุกรรมการของสภาเภภัชฯ โดยมีการหาเสียงจูงใจในการเลือกตั้ง แต่เมื่อสมาชิกจากผู้สมัครรับเลือกตั้งกลุ่มอื่นฯ เข้าร่วมในกลุ่มไลน์ และหาเสียงในลักษณะเดียวกัน กลับถูกลบบัญชีออกจากกลุ่ม
“โดยผลคะแนนการเลือกตั้ง มีผู้ชนะการเลือกตั้งที่เป็นกรรมการสภาเภสัชฯ วาระปัจจุบัน และจะมีการรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ทันต่อการประกาศรายชื่อคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม วาระที่ 11 ในเดือนธันวาคม 2567 แต่ในขณะที่การเลือกตั้งยังมีการตั้งคำถามถึงความถูกต้อง โปร่งใส ผมจึงต้องร้องต่อศาลปกครองให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยผู้คัดค้านการเลือกตั้ง 9 คน มีความเห็นเช่นเดียวกันว่า ขอให้ศาลปกครองสั่งให้มีการคุ้มครองคดีดำดังกล่าวจนกว่าจะมีการสอบสวนแล้วเสร็จ พร้อมขอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ด้วย” ภก.ทรงวุฒิ กล่าว

