กกจ.ถกทูตอิสราเอล วางมาตรการอพยพแรงงานไทยไปพื้นที่ปลอดภัย ยันเดือนนี้ส่งออกอีก 800 คน

3.11.24 | 17:26 น.

กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เตรียมหารือทูตอิสราเอล วางมาตรการอพยพแรงงานไทยไปพื้นที่ปลอดภัย ยันเดือนนี้ส่งออกอีก 800 คน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล ซึ่งขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในบางพื้นที่ และล่าสุดมีแรงงานไทยเสียชีวิตอีก 4 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ว่าสำหรับแรงงานไทยทั้ง 4 รายที่เสียชีวิตล่าสุดนั้น แต่เดิมแรงงานกลุ่มนี้เคยเดินทางไปทำงานที่อิสราเอลภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอล เพื่อการจัดหางาน (Thailand-Israel Cooperation on the Placement of Workers : TIC) ของ กกจ. เมื่อปี 2566 แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอิสราเอล-เลบานอน ครั้งใหญ่ เมื่อช่วงวันที่ 7 ตุลาคม 2566 แรงงานกลุ่มนี้ก็ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย และได้รับเงินเยียวยาที่รัฐบาลเยียวยาให้คนละ 50,000 บาทเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม แรงงานทั้ง 4 คนนี้ ก็ได้เดินทางกลับไปทำงานที่อิสราเอลด้วยตนเองอีกครั้งในปี 2567 เพื่อไปทำงานภาคเกษตรในช่วงเวลาที่ กกจ.ชะลอส่งแรงงานไปทำงานในอิสราเอล

“ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานกับทางรัฐบาลอิสราเอล เรื่องการนำศพทั้ง 4 ราย กลับประเทศไทย ทางกระทรวงแรงงานก็จะไปรับศพแรงงาน ส่งต่อไปยังครอบครัวและทายาทของผู้เสียชีวิต สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา เบื้องต้นจะเป็นไปตามกฎหมายแรงงานของอิสราเอล แรงงานไทยก็จะได้สิทธิเช่นเดียวกันกับแรงงานของอิสราเอล ส่วนทางกระทรวงแรงงานจะต้องดำเนินการตรวจสอบว่าแรงงานทั้ง 4 รายนั้น อยู่ในกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทํางานในต่างประเทศหรือไม่ หากยังคงสถานะการเป็นสมาชิกสภาพของกองทุนฯอยู่ ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าทำศพประมาณ 4 หมื่นบาท และเงินช่วยเหลือทายาท 4 หมื่นบาท ซึ่งเงื่อนไขจะต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นสมาชิกกองทุนฯหรือไม่ หากตรวจสอบได้ทาง กกจ.ก็จะเร่งเยียวยาให้” นายสมชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงแรงงานจะมีการชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในอิสราเอลหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า กกจ.ได้ปิดและไม่ให้มีการจัดส่งไปทำงานในพื้นที่เขตการสู้รบทางตอนเหนือของอิสราเอล 100% แต่จะจัดส่งแรงงานไปในพื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น ที่ผ่านมา กกจ.ได้ส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่สีเขียว จำนวน 600 คน ยังได้รับการยืนยันว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบทางตอนเหนือของอิสราเอลแต่อย่างใด รวมถึง กกจ.ยังมีมาตรการดูแลเรื่องของการอพยพ เคลื่อนย้ายแรงงานในกรณีที่เกิดภัยสงครามขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยขณะนี้ยังคงมีแผนการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในอิสราเอลช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อีกประมาณ 800 คน โดยเน้นย้ำว่าจะจัดส่งไปแค่พื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น

“การที่เราไม่จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานอิสราเอล ไม่ใช่การแก้ปัญหา ช่วงที่มีการชะลอการจัดส่งไป ก็ยังมีบางกลุ่มเดินทางไปทำงานเองอยู่ดี ทำให้เราไม่สามารถควบคุมได้เลยว่าจะมีแรงงานเข้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายหรือไม่ หรือไปอยู่ในเขตไหน จึงเป็นจุดอ่อนที่เราต้องแก้ไขให้เป็นการเดินทางโดยผ่าน กกจ. เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียขึ้นอีก เบื้องต้นได้มีการสั่งการด่านตรวจคนหางาน สกัดกั้นไม่ให้มีการลักลอบไปทำงานโดยไม่ผ่าน กกจ. ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายสมชายกล่าว และว่า ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้สั่งการให้ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานหารือกับทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อที่จะให้รัฐบาลอิสราเอลวางมาตรการอพยพแรงงานไทย ที่ขณะนี้ยังอยู่ในเขตพื้นที่การสู้รบทางตอนเหนือของอิสราเอล ให้ออกจากเขตพื้นที่อันตรายทั้งหมด โดยจะมีการหารือในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้

Advertisement