พะยูน เมิน ผักกาดขาว เร่งสำรวจแหล่งอาหารใหม่เพิ่ม ไม่งั้นอีก4ปีอาจเหลือแค่70ตัวจาก250ตัว
กรณีที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ได้ทดลองวางแปลงผัก 4 ชนิด คือ ผักบุ้ง-กวางตุ้ง-คะน้า-ผักกาดขาว ที่หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นการแก้ปัญหา หญ้าทะเลตายเกือบหมด จนพะยูนไม่มีอาหารกินนั้น
วันที่ 6 พฤศจิกายน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การขาดแคลนแหล่งอาหารหญ้าทะเลจึงทำให้พะยูนตายลงเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ปีที่แล้วถึงปัจจุบันมีพะยูนตายไปแล้วจำนวน 72 ตัว จากจำนวนประชากรเมื่อปี 2565 ซึ่งอยู่ที่จำนวน 250 ตัว และหากยังเป็นเช่นนี้คาดว่าภายใน 4 ปีข้างหน้า ประชากรพะยูนของไทยน่าจะเหลืออยู่ที่ 60-70 ตัว หรือลดลงถึง 75% ดังนั้นความจำเป็นเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการคือการสร้างแหล่งอาหารเพิ่มเติม โดยที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการร่วมมือกันสำรวจหาแหล่งอาหารใหม่เพิ่ม รวมทั้งสำรวจประชากรของพะยูนที่ชัดเจน
ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างการเก็บเมล็ดหญ้าทะเลนำมาเพาะพันธุ์เพื่อนำไปปลูกเพิ่มเติมในแหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูน ส่วน ทช. ร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครดำเนินการสำรวจประชากรพะยูน รวมถึงสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเลในพื้นที่ต่างๆ
“ที่สำคัญ ทช. กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยการให้อาหารเสริมกับพะยูน โดยการให้ผักกาดขาวเป็นอาหารในบริเวณแหล่งหญ้าทะเลหาดราไวย์ ซึ่งเคยสำรวจพบพะยูน 3 ตัวในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้การให้ผักกาดขาวเป็นอาหารเสริมกับพะยูน เคยทำมาแล้วในอเมริกาและญี่ปุ่น แต่เป็นการดำเนินการในอควาเรียมที่เลี้ยงมาพะยูนตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก ซึ่งไทยถือเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการให้ผักกาดกับพะยูนที่อยู่ในธรรมชาติ อย่างไรก็ตามพบว่าพะยูนยังไม่ได้มากินผักกาดขาวที่ให้ไว้ ทั้งนี้มีรายงานการพบพะยูนในพื้นที่ใกล้เคียงประเทศไทย เช่น ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเดิมไม่ค่อยมีรายงานการพบพะยูนในพื้นที่ดังกล่าวมากนัก คาดว่าจะเป็นพะยูนจากประเทศไทยที่อพยพไป แต่พื้นที่ดังกล่าวก็ไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งหญ้าทะเลมากนัก ซึ่งเรามีความร่วมมือกับทางมาเลเซียอยู่แล้ว และจะร่วมมือกันในการสำรวจประชากรของพะยูนให้ชัดเจนต่อไป” ผศ.ดร.ธรณ์กล่าว
ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า ส่วนแนวคิดในการเคลื่อนย้ายพะยูนจากฝั่งอันดามันไปอยู่ฝั่งอ่าวไทย ที่มีปัญหาแหล่งหญ้าทะเลน้อยกว่า เป็นเรื่องที่น่าจะทำได้ลำบาก เพราะเกรงในเรื่องความปลอดภัยในการเคลื่อนย้าย และการไม่คุ้นชินกับแหล่งที่อยู่ใหม่ แต่ในกรณีพะยูนที่ป่วย ก็สามารถนำมาอนุบาลในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยชะลอการสูญเสียชีวิตของพะยูนในธรรมชาติได้
ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. กล่าวว่า ปัญหาพะยูนเป็นเรื่องที่ทส. ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยได้มอบหมายให้ ทช. จัดทำมาตรการและแผนเพื่ออนุรักษ์และลดการตายของพะยูน ซึ่งตนกังวลในเรื่องปัญหาเลือดชิดอาจทำให้พะยูนอ่อนแอ บวกกับภาวะโลกร้อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้แหล่งหญ้าทะเลลดลง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามและหามาตรการในการบรรเทาผลกระทบนี้ ในระยะสั้นคือการหาแหล่งอาหารและเพิ่มพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลให้พะยูน ส่วนการเคลื่อนย้ายพะยูนไปอยู่ฝั่งอ่าวไทยนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องมีการศึกษาวิจัย เพราะยังไม่เคยมีการดำเนินการมาก่อน และน่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะพะยูนหรือสัตว์อื่นๆ ก็มีอาณาเขต หรือถิ่นที่อยู่ของตัวเอง การย้ายที่อยู่ใหม่ อาจทำให้เกิดปัญหายิ่งกว่าเดิม

