เขตยานนาวา เคาะดีเดย์ เคลียร์แผงลอยหน้าธ.กรุงศรี สำนักงานใหญ่ 1 ม.ค. 68 ยันไม่กระทบประชาชน

8.11.24 | 17:40 น.

เขตยานนาวา เคาะดีเดย์ยกเลิกแผงลอย หน้าธ.กรุงศรี สำนักงานใหญ่ ยันไม่ให้กระทบประชาชน พร้อมโยกร้านค้าขายจุดใกล้เคียง 1 ม.ค. 68

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพฯ น.ส.วรุณลักษม์ พลหาญ  ผอ.เขตยานนาวา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระเบียบหาเร่-แผงลอย ระดับเขต ครั้งที่ 2/2567 โดยมีตัวแทน ส.ก.เขตยานนาวา ผู้แทนผู้ค้าจากจุดต่างๆในเขต ผู้แทนจากสถานีตำรวจในท้องที่ ผู้แทนสื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

น.ส.วรุณลักษม์ ผอ.เขตยานนาวา กล่าวว่า ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมส่วนใหญ่มีมติยกเลิกจุดผ่อนผันทำการค้า บริเวณหน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ ถนนพระรามที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป เนื่องจากจุดดังกล่าวพบผู้ค้าไม่ตรงตามบัญชีรายชื่อ และผู้ค้าในจุดผ่อนผันไม่ม่ทำการค้าหรือมาทำการค้าน้อย ซึ่งผู้ค้ามีการลงทะเบียนไว้ 18 คน แต่มาขายจริงเพียง 12 คน

รวมถึงมีการปล่อยเช่าช่วงให้ผู้ค้าที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนมาทำการค้า อีกทั้งจุดดังกล่าวมีการวางแผงค้าอย่างหนาแน่น เช่น จัดวางแผงค้าทั้ง 2 ฝั่งทางเท้า จัดวางแผงค้าไม่เว้นระยะห่าง เพื่อการเข้าออกทางฉุกเฉิน ทางขึ้นสะพานลอย และทางเข้าออกบริเวณอาคาร

Advertisement

น.ส.วรุณลักษม์กล่าวว่า เขตฯ จะมีการช่วยผู้ค้าให้ไปทำการค้าที่อื่นใกล้เคียง จำนวน 2 จุด คือ 1.ตลาดนัดสาธุประดิษฐ์ ซอย 3 รองรับผู้ค้าได้ 50 คน คิดค่าเช่าวันละ 50 บาท โดยทางตลาดจะยกเว้นค่าเช่าให้ 4 เดือน 2.ลานกว้างด้านข้างธนาคารกรุงศรีอยุธยา รองรับผู้ค้าได้ 50 คน คิดค่าเช่าวันละ 250 บาท

น.ส.วรุณลักษม์กล่าวอีกว่า เมื่อการประชุมของคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2567 ได้มีมติยกเลิกจุดการค้าจำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.หน้าบริษัท ไอซีซี ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 2.ปากซอยปริยานนท์ ถนนสาธุประดิษฐ์ โดยผู้ค้าให้ความร่วมมือกับทางเขตเป็นอย่างดี มีการย้ายไปในพื้นที่เอกชน หรือการเช่าอาคารเพื่อเปิดเป็นร้านอาหารที่เป็นกิจลักษณะ

“กทม.มีนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย โดยให้ความสำคัญกับประชาชนผู้ใช้ทางเท้า และต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงไม่เพิ่มจุดผ่อนผัน หรือจำนวนผู้ค้า ถ้าจุดใดมีผู้ค้าน้อยให้ยุบรวมกับจุดผ่อนผันใกล้เคียง เพื่อลดจำนวนแผงค้า และจุดทำการค้าใดที่กระทบกับประชาชนให้ย้ายไปในพื้นที่เอกชน ที่ราชการ หรือที่รัฐวิสาหกิจแทน” น.ส.วรุณลักษม์กล่าว