รองอธิบดีฯตรวจพื้นที่ปล้นปืน-ไม้พะยูง เชื่อคนในเอี่ยว มั่นใจ 2 วันออกหมายจับได้

11.11.24 | 14:52 น.

รองอธิบดีป่าไม้ตรวจพื้นที่ปล้นปืน-ไม้พะยูง เชื่อคนในเอี่ยว มั่นใจ 2 วันออกหมายจับได้ เสนอครม.ขอขายไม้ของกลางเอง พื้นที่จัดเก็บล้น

กรณีมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 5 ราย บุก สนง.ป่าไม้ ปล้นปืน 2 กระบอก ไม้พะยูงของกลาง 20 ท่อน จับ จนท.มัดมือมัดเท้า ถอดกล้องวงจรปิดหายไปกลางดึก พื้นที่ของหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สน.2 (วาริช-พรรณนา) ต.กุดตะกาบ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร วันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น

วันที่ 11 พฤศจิกายน นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เดินทางไปยังหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สน.2 (วาริช-พรรณนา) ต.กุดตะกาบ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร เพื่อตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งหารือการจับกุมและแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก ร่วมกับตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง

นายนิกรให้สัมภาษณ์กับ มติชนออนไลน์ ว่าจากการเข้าไปดูพื้นที่พบว่าหน่วยที่เกิดเหตุนั้นมีเจ้าหน้าที่อยู่ 7 คน รวมหัวหน้า เป็น 8 คน ไม้ที่ถูกปล้นไปนั้นเป็นไม้เหลี่ยม ที่แปรรูปเรียบร้อยแล้วจำนวน 19 แผ่น มูลค่าที่กรมป่าไม้คิดไว้คือประมาณ 6.6 แสนบาท แต่หากเอาไปขายได้ ราคาก็จะสูงกว่านี้อีกประมาณ 2 แสนกว่าบาท

Advertisement

“สภาพของหน่วยที่เราเห็นก็คือ มีไม้ของกลางกองอยู่จำนวนมากเต็มพื้นที่ ทั้งไม้มีค่า 6 ชนิด คือ ชิงชัน พะยูง ประดู่ มะค่า สัก และไม้แดง กับไม้บ้านอื่นๆ กับเจ้าหน้าที่ 8 คน รวมหัวหน้าแล้ว ที่ต้องแบ่งกำลังกันดูแล คือ อยู่เฝ้าประจำหน่วย ออกลาดตระเวน และเฝ้าไม้ของกลาง 3 คน ซึ่งปกติที่ทำมาคือ ต้องรายงานสถานการณ์ทุกๆ 4 ชั่วโมง ที่ได้รับฟังมาคือ ระหว่างที่กำลังจะรายงานก็โดนโจมตีก่อนแบบไม่ทันได้ตั้งตัว จากคนร้าย 4-5 คน พร้อมอาวุธ ทั้งมีดและปืน เจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายมัดมือ มัดเท้า เอาปืนยาวไป 2 กระบอก พร้อมกับทำลายกล้องวงจรปิด ซึ่งมีอยู่ 3 ตัว โดยคนร้ายรู้จุดหมด ว่าอะไรอยู่ตรงไหน กล้องวงจรปิดติดอยู่ตรงไหนบ้าง จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนในที่มีส่วนรู้เห็น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าไม่เกิน 2 วัน สามารถออกหมายจับได้แน่นอน” นายนิกรกล่าว

รองอธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น มองเห็นปัญหาว่า เวลานี้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ลักลอบตัดไม้ได้จำนวนมาก และมีไม้ของกลางจำนวนมากเช่นกัน โดยโรงเก็บไม้ของกลางทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศ คือ ที่ภาคเหนือ 7 แห่ง อีสาน 6 แห่ง และที่ภาคใต้อีก 1 แห่ง มีไม้ของกลางเต็มจนแทบจะไม่มีที่เก็บทุกแห่งแล้ว โดยกรมป่าไม้ต้องแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งมาคอยเฝ้าไม้ของกลางพวกนี้ด้วย

“เพื่อแก้ปัญหานี้ กรมป่าไม้เสนอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำเรื่อง ขอยกเลิกมติ 11 สิงหาคม 2502 เพื่อให้หน่วยงานใน ทส.สามารถจำหน่ายไม้ของกลางได้ โดยไม่ต้องให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เป็นผู้ดำเนินการ เป็นการปลดล็อกทั้งหมด และเพื่อให้การจัดการกับไม้ของกลางได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุด ไม้ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา รวมถึงกรณีสูญหายและการขโมยไม้ของกลางด้วย” นายนิกรกล่าว

เมื่อถามว่า ทำไมไม่ส่งไม้มีค่าไปสร้างพิพิธภัณฑ์ป่าไม้ที่กำลังสร้างอยู่ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ต้องส่งผ่าน อ.อ.ป.ซึ่งตอนนี้ ทาง อ.อ.ป.ก็ไม่มีที่เก็บเช่นเดียวกัน หากสามารถยกเลิกมติ ครม. 11 สิงหาคม 2502 ได้ กรมป่าไม้จะสามารถเป็นผู้จำหน่ายไม้ของกลางเองได้ เอาเงินเข้าหลวง ระบายพื้นที่เก็บไม้ ไม่เป็นภาระเจ้าหน้าที่ ให้เจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานอื่นๆ ที่สำคัญๆ ได้เพิ่ม ทั้งนี้ ไม้ทั้งหมดไม่ได้จะหมายถึงไม้มีค่าเท่านั้น แต่เป็นไม้บ้านอื่นๆ ที่จับมาได้ เช่น ไม้กระยาเลย คือ มีเต็มไปหมด

“กรณีที่กรมป่าไม้สามารถเป็นผู้จำหน่ายไม้ของกลางเองได้ กรณีไม้มีค่าที่เตรียมจะเอาไปทำพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่านั้น เมื่อทยอยจำหน่ายไม้บ้านอื่นไป เรายังสามารถเหลือพื้นที่เพื่อเก็บไม้มีค่าที่เตรียมส่งไปสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าได้มากขึ้นเลย ไม่แออัดกองเป็นภูเขาจนไม่มีที่เก็บอย่างทุกวันนี้” นายนิกรกล่าว