สธ.คง 4 มาตรการรับมือ PM2.5 เผย12-18 พ.ย. กทม.ปริมณฑล อีสานพุ่ง!
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปี 2568 ว่า ประเทศไทยเข้าสู่ลานีญาในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2567 และจะต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคม 2568 ซึ่งคาดการณ์ว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในช่วงปลายปี 2567 ถึงกลางปี 2568 จะไม่รุนแรงเท่ากับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากแนวโน้มฝนที่มากขึ้น พื้นที่มีความชุ่มชื้น สิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงติดไฟยาก แต่ยังคงให้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง สำหรับการคาดการณ์ 7 วันล่วงหน้า ภาพรวมประเทศคุณภาพอากาศมีแนวโน้มในระดับดีมาก-ปานกลาง ยกเว้นช่วงวันที่ 12-18 พฤศจิกายนนี้ จะมีแนวโน้มฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้นอยู่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากสภาพอากาศปิดและการเผาพื้นที่เกษตร
นพ.วีรวุฒิกล่าวว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา (ร่าง) มาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุข มุ่งดูแลสุขภาพประชาชนเชิงรุก โดยคง 4 มาตรการเดิม ยกระดับเป้าหมายและการปฏิบัติการ มาตรการที่ 1 สร้างความรอบรู้และส่งเสริมองค์กรลดมลพิษ มาตรการที่ 2 ลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ มาตรการที่ 3 จัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข และมาตรการที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ทั้งนี้ ได้ให้ปรับแนวทางในการดำเนินงานภายใต้มาตรการต่างๆ ให้เข้มข้นและชัดเจนมากขึ้น อาทิ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสื่อสารสร้างความรอบรู้และแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคหัวใจ และโรคระบบทางเดินหายใจให้มากยิ่งขึ้น เช่น ผ่านแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” และการนัดหมายออนไลน์ เป็นต้น
“นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาปรับระดับปฏิบัติการและเกณฑ์การเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ระดับประเทศ ระดับ 1 คือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ให้ดำเนินการทั้งปี ตามภารกิจ หน้าที่ และกฎหมายที่มีอยู่ให้ครบถ้วนตามสภาวการณ์ปกติ ระดับ 2 คือ 37.6-75 มคก./ลบ.ม. ยกระดับมาตรการต่างๆ ให้เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ ระดับ 3 คือ 75.1-150 มคก./ลบ.ม. ยกระดับการปฏิบัติการให้เข้มข้นโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น การให้ทำงานที่บ้าน (Work From Home) และพิจารณาใช้กฎหมายควบคุมพื้นที่/แหล่งกำเนิดที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และระดับ 4 คือ มากกว่า 150 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกัน 5 วันขึ้นไป เพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติการในทุกกลุ่ม เน้นการปฏิบัติการเชิงรุกและดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเร่งด่วน เช่น การงดกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นต้น สำหรับ PHEOC ในระดับจังหวัด จะเปิดเมื่อ PM2.5 มากกว่าหรือเท่ากับ 75.1 มคก./ลบ.ม ติดต่อกัน 2 วัน” นพ.วีรวุฒิกล่าว



