สบยช.ออกโรงเตือนพิษ ‘น้ำเมา’ ออกฤทธิ์ในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สุรา หรือเหล้า คือ เครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ไม่เหมาะสมสำหรับให้เด็กดื่ม ในผู้ใหญ่เมื่อดื่มสุราเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมและกระจายไปทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 5 นาที เมื่อมีการดื่มในช่วงแรก จะทำให้ร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ประมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการสับสน มากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดอาการง่วง สับสน ซึม มึนงง และถ้ามากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อาจทำให้สลบ
“การก่อพิษของแอลกอฮอล์ในเด็กกับผู้ใหญ่ไม่ต่างกัน เพียงแต่ในปริมาณการดื่มที่เท่ากันความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดของเด็กจะมากกว่าเนื่องจากน้ำหนักตัวเด็กที่น้อยกว่าผู้ใหญ่ และโครงสร้างที่ป้องกันสารพิษในระบบไหลเวียนเลือดไปสู่สมองของเด็กพัฒนาการยังไม่เต็มที่ ทำให้สารพิษเข้าสู่สมองได้มากกว่าผู้ใหญ่ รวมไปถึงอวัยวะต่างๆ ตับและไต ที่พัฒนายังไม่เต็มที่ ทำให้การขับสารพิษออกจากร่างกายได้ช้ากว่าผู้ใหญ่” นพ.สกานต์กล่าว
นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวว่า การที่เด็กดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งที่ตั้งใจ หรือจะดื่มด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นเรื่องที่อันตรายต่อสุขภาพร่างกายของเด็กมาก เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะส่งผลต่อร่างกายของเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า ทั้งทำลายสมองและระบบต่างๆ ในร่างกาย ส่งผลระยะยาวต่อพัฒนาการทางสมอง จะทำให้เด็กสูญเสียความสามารถในการจดจำ ความคิดสร้างสรรค์ถูกทำลาย ทั้งนี้ การที่สมาชิกในครอบครัวดื่มสุราให้เด็กเห็นเป็นประจำ มีแนวโน้มที่เด็กจะโตขึ้นมาเป็นนักดื่มมีมากกว่าปกติถึง 4 เท่า
“ย้ำเตือน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง รวมไปถึงผู้ใหญ่ที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยกำลังอยากรู้อยากลอง ควรให้เวลาในการดูแลบุตรหลานให้มากขึ้น หาเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน หมั่นสังเกตพฤติกรรม หากพบว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาและสารเสพติด รวมถึงสุราและบุหรี่ ควรรีบเข้าไปพูดคุยบอกกล่าวถึงโทษพิษภัยและอันตรายต่อตนเอง” นพ.สรายุทธ์กล่าว
นพ.สรายุทธ์กล่าวต่อว่า หากประสบปัญหาเรื่องยาและสารเสพติดรวมถึงสุราและบุหรี่ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี

