ดร.สุเมธ นำแถลง ‘ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร’ ปักหมุดรับลมหนาว ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’ 12-15 ธ.ค.นี้

12.11.24 | 13:57 น.

มูลนิธิชัยพัฒนา แถลงจัดงาน ‘ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร’ ปักหมุดรับลมหนาว ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’ ชูไฮไลต์สินค้าท้องถิ่นทั่วไทย-สอยดาวเซอร์ไพรส์รางวัลใหญ่! 12-15 ธ.ค.นี้

เนื่องด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นายกกิตติมศักดิ์และประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา จัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์สัญจร จังหวัดนครนายก” เพื่อแสดงแนวคิดการพัฒนา และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 ที่ทรงก่อตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อความเป็นอยู่ของราษฎรให้มีความร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดี อันนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ โดยงานจะจัดขึ้นวันที่ 12-15 ธันวาคม 2567 ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก

โดยในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น. พร้อมทั้ง ทรงเปิดศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมหนุมาน 1 สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานงานแถลงข่าวจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” จังหวัดนครนายก พร้อมด้วย นางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), นายชานน วาสิกศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการฯนครนายก และหน่วยงานพันธมิตรร่วมงานแถลงข่าวอย่างเนืองแน่น

Advertisement

ดร.สุเมธ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า การจัดงานชัยพัฒนาแฟร์ สัญจรในครั้งนี้นับว่าเป็นการจัดงานครั้งที่ 3 โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อปี 2559 และครั้งที่สองจัดขึ้นเมื่อ 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้คนรับทราบว่ากิจการของมูลนิธิชัยพัฒนานั้นทำประโยชน์ให้ประชาชนอย่างไร งานนี้จะมีกิจกรรมต่างๆ จากประชาชนทั่วประเทศมาทำการแสดง หรือแม้กระทั่งสถานที่จัดงานก็มีความหมายมาก นั่นคือ เขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเป็นเขื่อนดินที่สูงที่สุดในประเทศไทย อันมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

“งานครั้งนี้จะรวมร้านค้ากว่า 170 ร้าน จากทั่วประเทศมาจำหน่าย ซึ่งของทุกชิ้นจะมีสตอรี่อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเมื่อมาดู ช็อปไปชิมไป ก็จะได้ความรู้ถึงที่มาที่ไปของสิ่งต่างๆ อีกด้วย ยิ่งหากพาลูกหลานไปชม ก็จะได้ความรู้เกี่ยวกับประเทศของเรา และจะได้รับคุณค่าที่เราเรียกว่าซอฟต์พาวเวอร์” ดร.สุเมธกล่าว

ดร.สุเมธกล่าวอีกว่า นอกจากร้านค้าแล้วยังมีเวทีสนทนา พูดคุย และการแสดงในลักษณะที่ให้ความรู้ สอดแทรกให้ได้เข้าใจในศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมต่างๆที่มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการโดยส่งประโยชน์แก่ชุมชน และประเทศชาติอีกด้วย

“งานจัดระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม ถึง 15 ธันวาคม อากาศก็ดีด้วย ที่จอดรถสะดวกสบาย บริเวณนั้นกว้างใหญ่มาก น่าท่องเที่ยว จังหวัดนครนายกได้อำนวยความสะดวก ในการร่วมจัดหาที่พัก โดยดึงรีสอร์ตในพื้นที่มาเข้าร่วมในราคาพิเศษ อยากให้มากัน เพราะจะได้ทั้งความสำราญ ความสุข และความเอร็ดอร่อยไปพร้อมๆ กัน

เราจะมีการแจกรางวัลในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุเป็นผลกันทั้งสิ้น ถ้าผู้ใดโชคดีก็อาจจะได้แพะตัวเป็นๆ เราจะมีหมู เห็ด เป็ด ไก่ เมล็ดพันธุ์มากกมาย ที่จะนำกลับไปทำประโยชน์ที่บ้านได้ อยากให้มาร่วมสนุกสนานกัน เชื่อว่าทั้งครอบครัวจะสนุกสนานและได้ความรู้ครบถ้วนทั้งหมด” ดร.สุเมธเผย

ด้าน นายชานน วาสิกศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการฯนครนายก กล่าวว่า ตนขอขอบคุณมูลนิธิชัยพัฒนา ที่เลือกจังหวัดนครนายกของเรา จัดงานชัยพัฒนาแฟร์ครั้งนี้ ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติของจังหวัดเราอย่างยิ่ง

“เรามีส่วนร่วมในการจัดงานครั้งนี้อยู่ 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ การจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งออกร้านขายสินค้าของฝากที่เป็นอัตลักษณ์ของนครนายก เช่น มะยงชิดแปรรูป ปลาแปรรูป มะดันแปรรูป ส้มโอทองดี รวมถึงอาหารที่เป็นจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็นขาหมู หมั่นโถ ไส้กรอกวังรี นอกจากนี้ยังจะมีลูกหลานจังหวัดนครนายก มาร่วมทำการแสดง และขายของที่ระลึกของจังหวัดด้วย

ส่วนที่สอง คือ การดูแลรอบงาน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย ความสะอาด และอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในการจัดงานครั้งนี้ จึงอยากจะเชิญชวนให้ทุกคนได้มาร่วมชม ชิม ช็อป กลางวิวธรรมชาติในเดือนธันวาคมที่กำลังจะถึงนี้” นายชานนระบุ

นางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานกปร. เราจะจัดนิทรรศการอยู่ 3 กิจกรรมด้วยกัน ซึ่งจะแสดงผลสำเร็จของศูนย์การศึกษาพัฒนาฯ ในรูปแบบที่จับต้อง สัมผัสได้ และเปิดให้มาถ่ายรูปเช็กอินได้อย่างสวยงาม

“เราจะจัดแสดงสินค้าของศูนย์การพัฒนาฯจากทั่วประเทศ เช่น ศูนย์การศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ก็จะเอาสาหร่ายผักกาด นำมาแปรรูปเป็นบะหมี่ หรือ เขาหินซ้อน จะเอาผลิตภัณฑ์ต่างๆมาจำหน่าย เช่น น้ำพริกปลาส้ม หรือ ปลวกแดงจะเอาผลไม้ ละมุด สับปะรดมาขาย

ปากพนัง ก็จะมีการเอาน้ำตาลต้นจาก นำมาทำในรูปแบบพร้อมชง ซึ่งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายมาจำหน่ายด้วย และเราได้รับความร่วมมือจากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำกาแฟกาแฟภูพยัคฆ์ มาให้ลองชิมกัน รวมถึงความร่วมมือจากกรมปศุสัตว์ จะนำผลผลิตจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศมาจำหน่ายด้วย

อีกหนึ่งกิจกรรม คือ โซนสาธิตการทำอาหาร ให้เด็กได้เข้าร่วมกิจกรรมกับเราได้ รวมถึงเราเอาผลผลิตจากศูนย์ศึกษาพัฒนาต่างๆ มาให้เชฟของเราได้ทำอาหาร จึงอยากให้ประชาชนได้มาร่วมกิจกรรมกับกปร.กัน” นางพิชญดากล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานมีการนำเสนอผลิตผลจากการพัฒนาในโครงการพัฒนาต่างๆ ได้แก่ สินค้าตัวท็อปจาก “โครงการมูลนิธิชัยพัฒนา” กว่า 23 โครงการ ไม่ว่าจะเป็นกะปิปากจก ไข่ไก่อารมณ์ดี Happy Chicken ไข่โอเมก้า กล้วยตากบางกระทุ่ม เมล่อนหลากหลายสายพันธุ์ เห็ดหลินจือ อบแห้ง เมล็ดโกโก้อบ/โกโก้นิบส์ ชีสนมแพะ น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ฯลฯ รวมทั้ง “ร้านภัทรพัฒน์” ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาและชุมชนต่างๆ

เช่น กระเป๋าและผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก ผ้าไหมย้อมสีจากเปลือกเมล็ดคามีเลีย สินค้าแปรรูปอาหาร โลชั่น สบู่ ครีมอาบน้ำ ฯลฯ พร้อมทั้งกิจกรรมจับสลากสอยดาวลุ้นรับของรางวัลมากมาย และ “ร้านจันกะผัก” ซึ่งเป็นร้านที่ตั้งขึ้นเพื่อจำหน่ายพืชผักที่มาจากการพัฒนาพันธุ์ รวมถึงอาหารซึ่งใช้พืชผักที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริผลิตเอง โดยในงานจะจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่มาจากการพัฒนาพันธุ์ ข้าวหอมมะลิคุณภาพ ผักสด รวมถึงจำหน่ายอาหารซึ่งใช้พืชผักปลอดภัย

สำหรับเกษตรกรและผู้สนใจการเกษตร “โครงการทหารพันธุ์ดี” โดยโรงเรียนนายร้อย จปร., โรงเรียนทหารการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก, กรมพลาธิการทหารบก และบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับทหารพันธุ์ดีเพื่อขยายผลสู่ชุมชน ได้จัดโซนเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ ณ บริเวณศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา “ทหารพันธุ์ดี”เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนาและกองทัพบกเพื่อให้ทหารกองประจำการมีความรู้และประสบการณ์ในการทำการเกษตรและขยายผลสร้างเครือข่ายในชุมชนที่อยู่อาศัย

นอกจากมีนิทรรศการความรู้ ในงานจะวางจำหน่ายสินค้าคุณภาพเพื่อการเกษตร เช่น ดินดำค้างคาว, ปุ๋ยหมักจากมูลล่อ, ปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน, น้ำส้มควันไม้ ฯลฯ รวมทั้งของกิน เช่น น้ำพริกปลานิลจิตรลดา ไข่เค็มใบเตย และผักปลอดภัย อีกทั้งจะนำพันธุ์สัตว์ต่างๆ มาจัดแสดง เช่น โคนม ไก่พันธุ์เบตง ไก่งวง แพะพันธุ์แบล็คเบงกอล แพะพันธุ์บอร์ และกบนา เป็นต้น


พิเศษสำหรับงานชัยพัฒนาแฟร์โดยเฉพาะ “บูธทหารพันธุ์ดี” จัด “กิจกรรมสอยดาวลุ้นรับของรางวัลพิเศษ”

สำหรับเกษตรกรที่สนใจร่วมกิจกรรมสอยดาวสามารถลุ้นรับรางวัลเป็นพันธุ์สัตว์นานาชนิด กลับบ้านเพื่อนำไปขยายพันธุ์ เช่น ลูกไก่เบตง ไก่งวง แพะพันธุ์แบล็คเบงกอล-พันธุ์บอร์ โคนมเพศผู้ พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์กบ เป็นต้น

รวมถึงโซนสินค้าจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 ศูนย์ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสำนักงาน กปร. นำสินค้าวัตถุดิบอาหารพรีเมี่ยมและหายากมาจำหน่ายในงาน เช่น โคเนื้อภูพานแช่แข็ง แพะขุนภูพานแช่แข็ง ไก่ดาภูพานแช่แข็ง ไส้กรอกกวาง ณ ภูพาน จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จ.สกลนคร

กุ้งขาวแวนนาไม และปูทะเล (ปูขาว) จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จ.จันทบุรี, เป็ดปากน้ำและไก่เขาหินซ้อน จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จ.ฉะเชิงเทรา, กบนา จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่, ไข่มดแดงในน้ำเกลือ จากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งฯ จ.ยโสธร, ปลากระบอกร้า โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ ตลอดจนสินค้าของกินของใช้ขึ้นชื่อจากท้องถิ่นต่างๆ อีกมากมาย

รวมถึง โซนของดีของอร่อยจังหวัดนครนายก คัดสรรของกินขึ้นชื่อจากร้านอาหารดังและผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดกว่า 90 ร้าน เช่น มะยงชิดแปรรูป ไอศกรีมมะยงชิด กล้วยอบซอสมะยงชิด ข้าวเกรียบเห็ด น้ำพริกเห็ด อาหารสำเร็จรูปจากปลา ชามะดัน เนื้อโคขุนแฮมเบอร์เกอร์ กุ้งอบสมุนไพร ปลาเผ่าวังดอกไม้ ปลาจ่อม ปลาเบรคแตก ปลาดุกฟูผัดสมุนไพร กบแดดเดียว มัลเบอร์รี่ชีสเค้ก กล้วยอบซอสมะยงชิด ไข่เค็มมะดัน ขนมไหมฟ้า ไข่เค็มใบไผ่ หอยจ๊อยักษ์ ข้าวขาหมูน้ำจิ้มมะดัน ไก่กังหัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม DIY สำหรับเยาวชน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบูธสินค้าผลงานของเด็กนักเรียนในโรงเรียนในจังหวัดนครนายก เป็นต้น