อธิบดีป่าไม้แจง ของกลางที่ยึด ไม่มีไม้มะค่า ตามที่ผู้ต้องหาอ้าง
จากกรณีชายฉกรรจ์ 4-5 คน ก่อเหตุปล้นไม้พะยูง จำนวน 19 แผ่น รวมมูลค่าประมาณ 6.6 ล้านบาท พร้อมปล้นปืน 2 กระบอก และทำร้าย มัดมือมัดเท้าเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สน.2 (วาริช-พรรณนา) ต.กุดตะกาบ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร และหนีไปในความมืด เหตุเกิดช่วงกลางดึกวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ต่อมา เจ้าหน้าที่จับกุมหนึ่งในผู้ก่อเหตุได้แล้วคือ ส.อ.เทพตะวัน หรืออาท สุริยมาตย์ ปัจจุบันอยู่หน่วยศรีธาตุ จ.อุดรธานี เคยอยู่หน่วยที่ไปปล้นไม้ของกลาง เป็นพนักงานราชการ เบื้องต้นให้ผู้อำนวยการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ (สจป.) ที่ 6 (อุดรธานี) มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รวบตัว ส.อ.เทพตะวันได้ทั้งชุดเครื่องแบบป่าไม้ บริเวณริมถนนเส้นวังสามหมอ-วาริชภูมิ ต.หนองกุงทับม้า อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ก่อนพา ส.อ.เทพตะวันไปตรวจค้นหาของกลางที่บ้านที่ อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ซึ่งยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด
ขณะที่ นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ตำรวจได้ออกหมายจับอีก 2 ราย คือ 1.นายชนาธิป ดาราสี ทำงานเป็นพนักงานกู้ภัย จ.บึงกาฬ และ 2.นายศรีสุนทร แพงสิน เป็นเจ้าของรถกระบะที่ใช้ขนไม้ในวันเกิดเหตุ นั้น
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายสุรชัยให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ว่า หลังจากดูคลิปในข่าวที่ ส.อ.เทพตะวัน ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในพื้นที่ว่าถูกหัวหน้าหน่วยกลั่นแกล้ง และบอกว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบบ้านหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สน.2 (วาริช-พรรณนา) ต.กุดตะกาบ อ.วาริชภูมิ ดูว่าไม้มะค่า 2 แผ่น ที่เป็นไม้ของกลางนั้นยังอยู่ที่บ้านของหัวหน้าหรือเปล่า เรื่องนี้ตนได้สอบถามไปยังผู้อำนวยการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ (สจป.) ที่ 6 (อุดรธานี) แล้วว่ายังไง ได้รับรายงานว่า ในสารบบของ สปจ.ที่ 6 นั้นไม่มีไม้มะค่าอยู่ในสารบบไม้ของกลาง จึงไม่รู้ว่า ส.อ.เทพตะวันนั้นพูดเรื่องอะไร อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่ทิ้งประเด็นนี้ คงจะมีการสืบพยานเพื่อหาคนทำผิดทั้งขบวนการมาลงโทษ
“ผมเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจนะ เพราะกว่าเขาจะจับได้คงต้องมีหลักฐานพยานที่หนาแน่นจึงไปจับตัวผู้ต้องหามาได้ และทำงานอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ต้องหาอีก 2 รายคิดว่าไม่น่าจะเกินวันสองวันนี้ก็คงได้ตัวมาดำเนินคดี” นายสุรชัยกล่าว

เมื่อถามเรื่องที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะทำเรื่องขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แก้มติ 11 สิงหาคม 2502 ให้กรมป่าไม้สามารถจำหน่ายไม้ของกลางได้เพื่อลดภาระและพื้นที่จัดเก็บ นายสุรชัยกล่าวว่า ก็ถือเป็นการปลดล็อกเรื่องการดูแลไม้ของกลางอย่างหนึ่ง แต่ส่วนตัวแล้วเห็นว่า แม้จะเอาไม้มาขายก็ไม่น่าจะได้ราคามาก เพราะเป็นไม้เก่า บางชนิดกว่าจะสิ้นสุดอายุความก็เป็นสิบๆ ปี สภาพของไม้ก็เสื่อมไปตามกาลเวลา ตนเห็นว่ามีส่วนราชการและวัดหลายแห่งที่ต้องการไม้เหล่านี้ไปซ่อมแซมตัวอาคารที่ผุพัง ไม้เหล่านี้น่าจะใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า ประหยัดงบราชการด้วย

