เขตหลักสี่ จัด ‘ลอยกระทงสายน้ำวัฒนธรรม’ พร้อมเตรียมระบบจัดเก็บ 4 จุด
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่วัดหลักสี่ พระอารามหลวง เขตหลักสี่ ในกิจกรรมวันลอยกระทง “สายน้ำวัฒนธรรม คืนวันลอยกระทง“ จัดโดยสำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร น.ส.ปวีณ์สุดา บุญญะปฏิภาค รองประธานสภาวัฒนธรรมเขตหลักสี่ กล่าวว่า เขตหลักสี่เป็นพื้นที่ที่มีความผสมผสานระหว่างความเก่าและความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ทั้งยังมีความทันสมัยจากการเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการคมนาคม เช่น สนามบินดอนเมือง กับความดั้งเดิมจากชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงรักษาประเพณีต่างๆ เอาไว้อย่างเหนียวแน่น พื้นที่นี้จึงเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างอดีตกับอนาคตได้อย่างลงตัว นอกจากนั้นยังมีตลาดในท้องถิ่นที่เป็นวิถีชุมชนริมคลอง ที่คนรุ่นใหม่สามารถสัมผัสถึงวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนรุ่นเก่าอย่างดั้งเดิมได้ หากพัฒนาต่อยอดได้สามารถสร้างเป็นแลนด์มาร์คให้คนมาถ่ายรูป เที่ยวชมได้อย่างน่าสนใจ ด้วยแต้มต่อของการคมนาคมที่สะดวกมีรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีเขียวผ่าน ทำให้พื้นที่หลักสี่มีศักยภาพมากในการเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวของคนทุกวัย
“ในแง่ของการสนับสนุนและปลูกจิตสำนึกให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่เขตหลักสี่ คือการสร้างนิสัยที่เสียสละและมีจิตอาสาในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งต่อจากคนรุ่นเก่าผู้หลักผู้ใหญ่ในเขตเรา ทำให้คนในพื้นที่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างสันติสุข” น.ส.ปวีณ์สุดา กล่าว
น.ส.ปวีณ์สุดา กล่าวว่า ประเพณีไทยที่มีประวัติมาอย่างยาวนานนั้นล้วนเป็นกิจกรรมกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์อันดีงามของคนในสังคม อย่างประเพณีการลอยกระทง ที่ประชาชนให้ความสนใจไม่แพ้ประเพณีอื่นๆ การได้ออกมาพบปะกันนั้นสร้างความรู้สึกที่ดีให้ต่อกัน โดยมีสัญลักษณ์เป็นกระทงตามหลักความเชื่อของคนไทย ที่แสดงถึงการขออโหสิกรรมกับสิ่งที่ผ่านมาเพื่อการเริ่มต้นใหม่ ทั้งนี้สำนักงานเขตหลักสี่ได้จัดระบบการเก็บกระทงของประชาชนที่อยู่ในแม่น้ำและคลอง แบ่งเป็น 4 จุด คือ คลองเปรมประชากร เริ่มเก็บเวลา 04.00 น. และทำการเก็บอีกครั้งเวลา 07.00 น., สวนทุ่งสองห้อง เริ่มเก็บเวลา 04.00 น., สระน้ำชวนชื่น เริ่มเก็บเวลา 07.00 น. และ คลองลาดพร้าว เริ่มเก็บเวลา 06.00 น.
“เสน่ห์ของเขตหลักสี่ ไม่ใช่แค่เพียงเป็นจุดผ่านของถนนวิภาวดีรังสิต แต่ให้เป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงเรื่องราวของผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ที่นี่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความทรงจำดีๆ รอให้ทุกคนเข้ามาสัมผัส ไม่ว่าจะผ่านประเพณี งานศิลปะ หรือแม้กระทั่งการพบปะพูดคุยกับคนในชุมชน ทุกมุมของหลักสี่ล้วนสะท้อนถึงความงดงามของการอยู่ร่วมกันที่มีรากฐานจากอดีต แต่เปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเติมเต็มด้วยแรงบันดาลใจใหม่ๆ อย่างไม่รู้จบ” น.ส.ปวีณ์สุดา กล่าว


