บอร์ด สปสช.เดินหน้าพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วย ‘ล้างไต’ สิทธิบัตรทอง ฟื้นนโยบายพีดีเฟิร์ส
วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบในหลักการ “ข้อเสนอการพัฒนาระบบมาตรฐานและคุณภาพของนโยบายล้างไต ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30) จากคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข”

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการเห็นชอบทั้งการเพิ่มสัดส่วนบริการล้างไตทางช่องท้องในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายรายใหม่ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 การควบคุมค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังให้ไม่เกินร้อยละ 12 ของงบประมาณบัตรทองในระยะเวลา 5 ปี, หรือไม่เกินร้อยละ 15 ในระยะเวลา 10 ปี, และการลดจำนวนผู้ป่วยไตวายเรื้อรังรายใหม่ที่เลือกวิธีล้างไตให้ต่ำกว่า 1.6 แสนราย ในระยะเวลาเวลา 10 ปี โดยการป้องกันและการชะลอไตวายเรื้อรังในระยะยาว
“พร้อมกันนี้บอร์ด สปสช. ยังเห็นชอบให้นำนโยบายล้างไตทางช่องท้องวิธีแรก หรือ พีดีเฟิร์ส (PD First) กลับมาใช้และให้ดำเนินการโดยทันที เนื่องจากตั้งแต่ปี 2565 จากการติดตามข้อมูลผู้ป่วยล้างไตในระบบพบว่า มีผู้ป่วยฟอกไตมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้องมีจำนวนลดลด โดยข้อมูลการเสียชีวิตพบว่า ผู้ป่วยฟอกไตมีอัตราเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประมาณ 5,500 คน ในช่วง 2 ปี ถือว่าเป็นจำนวนมากกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่การล้างไตผ่านช่องทางอัตราการเสียชีวิตยังคงเดิม ส่วนด้านการใช้ทรัพยากรดูแลผู้ป่วยฟอกไตใช้ทรัพยากรการดูแลที่มากกว่าผู้ปวยล้างไตผ่านช่องท้อง จะส่งผลให้ค่าบริการบำบัดทดแทนไตในระบบเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9 ของงบบัตรทองในปัจจุบัน เป็นร้อยละ 20 และ ร้อยละ 30 ในอีก 5 ปี และ 10 ปีข้างหน้า” นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ บอร์ด สปสช. ยังกำหนดให้งบบริการบำบัดทดแทนไตเป็นแบบปิด (Global Budget) เช่น กำหนดวงเงินให้ไม่เกินร้อยละ 10 ของงบจัดบริการของกองทุนบัตรทอง ในปีงบประมาณ 2568

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด สปสช. ยังมีมติให้ สปสช. ดำเนินการทั้งการพัฒนาและขยายขีดความสามารถการให้บริการตามนโยบายพีดีเฟิร์สอย่างเร่งด่วน พร้อมกับกำหนดให้มีระบบตรวจสอบความเหมาะสมของผู้ป่วยก่อนรับการบำบัดทดแทนไต ที่เรียกว่า Pre-Authorization ที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยได้รับบริการล้างไตที่เหมาะสมกับผู้ป่วย การพัฒนาระบบข้อมูลและเชื่อมโยงกับระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพบริการและสนับสนุนระบบการกำกับติดตาม
“การนำพีดีเฟิร์สกลับมาใช้ทันที ไม่ได้หมายความว่าจะบังคับให้ผู้ป่วยทุกคนต้องล้างไตผ่านช่องท้อง โดยผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดจริงๆ ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตที่เหมาะสม วันนี้ที่เราพูดเรื่องล้างไตผ่านช่องท้อง บริบทไม่เหมือนในอดีตที่ให้ผู้ป่วยล้างไตเอง 4 รอบต่อวัน แต่มีทางเลือกการล้างไตผ่านช่องท้องด้วยเครื่องล้างไตอัตโนมัติ (APD) ที่ผู้ป่วยทำการล้างไตเองในช่วงกลางคืนได้ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะกลางวันสามารถทำงานได้ปกติ” นพ.จเด็จ กล่าว

