สปสช.ก้าวสู่ปีที่ 23 มุ่งพัฒนา ’30 บาท รักษาทุกที่’ ขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ 15 จุดเน้น

18.11.24 | 16:17 น.

สปสช.ก้าวสู่ปีที่ 23 มุ่งพัฒนา ’30 บาท รักษาทุกที่’ ขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ 15 จุดเน้น

วันนี้ (18 พฤศจิกายน 2567) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดงานครบรอบ 22 ปี ก้าวสู่ปีที่ 23 “วันสถาปนาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ตรงกับวันที่ 19 พฤศจิกายนของทุกปี โดยมี นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. พร้อมด้วย นพ.สินชัย ต่อวัฒนกิจกุล รองเลขาธิการ สปสช. นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สปสช. ร่วมวางพวงมาลัยรูป นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการ สปสช.คนแรก และเป็นผู้ผลักดันระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีอดีตผู้บริหาร สปสช. เข้าร่วม

ทั้งนี้ พระราชวัชรธรรมภาณี (ส.ณ. สุภโร) เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ พระอารามหลวง ได้ร่วมแสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง “คุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการที่ดี” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สปสช. นอกจากนี้ นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการมูลนิธิมิตรภาพบำบัด ปาฐกถาพิเศษ “ตำนานบัตรทอง”

Advertisement

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สปสช.ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนและบริหารจัดการ “กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” (บัตรทอง 30 บาท) ให้กับคนไทยทั้งประเทศได้มีหลักประกันสุขภาพรองรับเมื่อยามเจ็บป่วย และได้รับบริการสาธารณสุขที่จำเป็น ดำเนินการผ่านแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการเพื่อขับเคลื่อน 5 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (ปี 2546-2550) สร้างความครอบคลุมด้านหลักประกันสุขภาพให้กับคนไทย ระยะที่ 2 (2551–2554) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ระยะที่ 3 (ปี 2555–2559) ความยั่งยืนระบบฯ ครอบคลุมทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย ระยะที่ 4 (ปี 2560-2565) ประชาชนเข้าถึงบริการ การเงินการคลังมั่นคง ดำรงธรรมาภิบาล ปัจจุบัน ระยะที่ 5 (ปี 2566-2570) มุ่งขับเคลื่อนให้ ทุกคนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย ได้รับความคุ้มครองหลักประกันสุขภาพอย่างถ้วนหน้าด้วยความมั่นใจ

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ก้าวสู่ปีที่ 23 ในปีนี้ที่รัฐบาลมีนโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ที่เป็นการพลิกโฉมระบบสุขภาพของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ต่อยอดการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ด้วยการเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และใกล้บ้าน นอกจากการเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการในระบบที่มีอยู่เดิมแล้ว สปสช. ได้เพิ่มเติมหน่วยบริการนวัตกรรม 7 ประเภท ที่ร่วมมือกับสภาวิชาชีพทางการแพทย์ในระบบ

“นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมบริการสุขภาพเชิงรุกที่ สปสช. นำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาร่วมให้บริการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine), บริการทันตกรรมเคลื่อนที่, Mobile Lab เจาะเลือกที่บ้านผู้ป่วย, คลินิกเวชกรรมเชิงรุก, Telehealth ห้องพยาบาลโรงเรียนมัธยม, หน่วยบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเชิงรุกในศูนย์การค้าและสถานประกอบการ, สถานีบริการสุขภาพ (ตู้ห่วงใย) ในชุมชน, หน่วยบริการสุขภาพในสถานีบริการน้ำมัน และหน่วยบริการบนสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า ด้วยการบริการจัดการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของ สปสช. ตลอด 22 ปี วันนี้ทำให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเนื่องเนื่อง ล่าสุดปีงบประมาณ 2567 ได้ให้การดูแลผู้มีสิทธิบัตรทอง จำนวน 46,921,134 คน โดยร่วมกับหน่วยบริการทุกระดับทั่วประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน 22,277 แห่ง มีผู้ได้รับบริการผู้ป่วยนอก 166.660 ล้านครั้ง และบริการผู้ป่วยใน 6.223 ล้านครั้ง

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2568 สปสช. ได้กำหนด 5 จะเดินหน้าขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย บริหารจัดการกองทุนฯ, การมีบริการสาธารณสุขรองรับการเข้าถึงบริการของประชาชน, การคุ้มครองหลักประกันสุขภาพของประชาชน, การมีส่วนร่วมของภาคียุทธศาสตร์และผู้มีส่วนได้เสีย และกลไกอภิบาลและระบบบริหารจัดการองค์กร พร้อมกำหนด 15 จุดเน้น การดำเนินการเพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับระบบหลักประกันสุขภาพของคนไทย

“ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเดินหน้ามาถึงวันนี้ ได้รับการตอบรับจากประชาชนด้วยดี ไม่เพียงแต่เป็นผลสำเร็จของ สปสช. เท่านั้น แต่ยังเป็นของทุกภาคส่วน ที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ ทั้งผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ฝ่ายวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อน” นพ.จเด็จ กล่าว