สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย จี้อุทยานฯตอบ บั่นงาศักดิ์สุรินทร์ ต้องแจ้งรัฐบาลศรีลังกาหรือไม่ หวั่นโดนทวงคืน
วันที่ 22 พฤศจิกายน นายโรเจอร์ โลหนันท์ เลขาธิการมูลนิธิพิทักษ์สัตว์ไทย กล่าวว่า กรณีที่ สัตวแพทย์ โรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยฯ จ.ลำปาง ออกมาเปิดเผยว่า อาจจะต้องลดความยาวของงาช้าง พลายศักดิ์สุรินทร์ หลังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยฯ จ.ลำปาง มากว่า 1 ปี 4 เดือน
โดย หลังจากพลายศักดิ์สุรินทร์เดินทางจากประเทศศรีลังกา มาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 และผ่านขั้นตอนการกักตัวแล้วย้ายเข้ามารักษาต่อที่โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.ลำปาง จนถึงปัจจุบัน งาของพลายศักดิ์สุรินทร์เริ่มส่งผลกระทบต่อโครงสร้างร่างกาย โดยทีมสัตวแพทย์เห็นว่าอาจจะต้องตัดเล็มงานเพื่อลดความยาวของงาลง อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเรื่องนี้ก็ต้องปรึกษาหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องก่อน
นายโรเจอร์ กล่าวว่า ที่ตนสงสัยคือ คำว่า ก่อนจะตัดงาให้สั้นลงนั้น ทางสัตวแพทย์ของสถาบันคชบาล ระบุว่าจะต้องปรึกษากับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนั้น คำว่า ทุกภาคส่วนนั้น หมายถึงทางรัฐบาลศรีลังกาด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ยังไม่ชัดเจนว่า รัฐบาลศรีลังกาคืนช้างพลายศักดิ์สุรินทร์มาให้เรา แบบให้ขาด หรือ มาให้แค่รักษาตัวเท่านั้น
“ในเรื่องนี้หากรัฐไม่เปิดเผยชาวบ้านอย่างเราคงไม่อาจทราบได้ว่าภาคส่วนต่างๆที่ว่าคือใครบ้าง ศรีลังกาเจ้าของช้างด้วยรึเปล่า ทราบแต่ว่างาที่ยาวโค้งจนเกือบติดดินมีผลให้ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ต้องลำบากยกคอจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพ คงคล้ายออฟฟิศซินโดรมของคนนั่นแหละ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะปกติงาช้างจะงอกยาวได้ตลอดชีวิตอยู่แล้ว แต่ช้างบ้านไม่ได้ใช้งาเหมือนกับช้างป่าที่ต้องต่อสู้และหาอาหารงาจึงสึกหรือเสียหาย ขณะที่งาช้างบ้านจะงอกยาวออกมาเรื่อยๆ การที่งาช้างงอกยาวจนเกินไปไม่ได้แค่มีผลต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ต้องการของวงการค้างาช้างทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกด้วย ซึ่งเหตุผลนี้แหละที่เจ้าของช้างมักจะตัดงาช้างออกเพื่อไม่ให้มีขโมยขโจรย่องมาตัดงาช้างไปขาย”นายโรเจอร์ กล่าว
เลขาธิการมูลนิธิพิทักษ์สัตว์ไทย กล่าวว่า เราจึงเห็นด้วยกับเหตุผลที่จะตัดเล็มงาของพลายศักดิ์สุรินทร์ แต่อยากจะถามแทนชาวบ้านว่า ตัดแล้วจะเอาไปให้ใคร จะต้องคืนให้ประเทศศรีลังกาที่เป็นเจ้าของหรือไม่ กรมอุทยานฯซึ่งค่อนข้างจะเป็นห่วงเรื่องกฏหมายระหว่างประเทศจะต้องศึกษา แล้วมาตอบคำถามกับประชาชาในเรื่องนี้ให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่า พอถึงเวลาจะตัด แล้วแจ้งผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เกี่ยวข้องที่ว่านั้นคือ รัฐบาลศรีลังกาด้วย ปรากฏว่า งาที่ต้องตัดออกมาต้องคืนให้รัฐบาลศรีลังกาไป

