กรมอนามัย สั่งปิด ‘คาเฟ่ปลาคาร์พ’ ชี้ผิด พ.ร.บ.สาธารณสุข แจงยิบ ต้องปรับปรุงอะไรบ้าง
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นพ.ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี พร้อมด้วยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีราชา และเทศบาลตำบลบางพระ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี หลังได้รับข้อร้องเรียนว่ามีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในพื้นที่เลี้ยงปลาคาร์พ ซึ่งอาจไม่ถูกสุขลักษณะและเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งผู้รับบริการและปลาสวยงาม จากการตรวจสอบพบว่า ร้านดังกล่าวมีขนาด 4 x 4 เมตร ประกอบด้วยโต๊ะ เก้าอี้ ให้บริการ 4 ชุด 12 ที่นั่ง สำหรับรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก เติมน้ำและเลี้ยงปลาคาร์พจำนวนมาก ระดับน้ำแช่เท้าสูงประมาณ 15-20 ซม. และมีพื้นที่ล้างเท้าด้วยน้ำด่างทับทิมและน้ำเปล่าก่อนเข้าร้าน ภายในห้องมีเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง ระบบกรองน้ำ 3 จุด และระบบระบายอากาศ 1 จุด สำหรับน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการปรับคุณภาพน้ำในการเลี้ยงปลา จะเข้าสู่ระบบบำบัดที่ฝังไว้ใต้ดิน
“ร้านคาเฟ่ดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดสิ่งสกปรกหรือมีเชื้อโรคที่อาจติดมากับสัตว์เลี้ยงได้ และอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 ดังนั้น สถานที่จำหน่ายอาหารดังกล่าวต้องดำเนินการขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร ซึ่งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 พร้อมทั้งข้อบัญญัติของท้องถิ่น และต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานท้องถิ่นให้คำแนะนำ รวมไปถึงร้านคาเฟ่หรือร้านอาหารอื่น ที่มีลักษณะเดียวกันนี้ ขอให้หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด” นพ.ธิติกล่าว
ขณะที่ นพ.สุทัศน์ ไชยยศ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการยังไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ประกอบการยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภท 1.กิจการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (2) การประกอบกิจการเลี้ยง รวบรวมสัตว์ หรือธุรกิจอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าชม เพื่อประโยชน์ของกิจการนั้น เนื่องจากลักษณะประกอบกิจการเป็นการจำหน่ายเครื่องดื่มให้กับผู้มาใช้บริการ โดยจัดบริการเสริมให้เข้าชมและนั่งรับประทานเครื่องดื่มในบริเวณที่เลี้ยงปลาคาร์พ
นพ.สุทัศน์กล่าวต่อว่า กรมอนามัยจึงได้ให้ข้อแนะนำผู้ประกอบการให้หยุดประกอบกิจการจนกว่าจะได้รับอนุญาต โดยให้ดำเนินการขออนุญาตภายใน 7 วัน สำหรับบริเวณที่มีการเลี้ยงปลาคาร์พ ห้ามไม่ให้นำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปรับประทาน การจัดพื้นที่ด้านความปลอดภัย บริเวณห้องภายในที่มีการเลี้ยงปลาคาร์พ เช่น การลดความเสี่ยงลื่นล้มในบริเวณห้องเลี้ยงปลาคาร์พ การเพิ่มระบบระบายอากาศ การควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะสม และห้ามเด็กเข้าใช้บริการโดยลำพัง เป็นต้น โดยให้ปรับปรุงก่อนเปิดใช้บริการห้องดังกล่าว รวมทั้งให้ปรึกษาประมงอำเภอเรื่องการเลี้ยงปลา

