สรส.บุก ก.แรงงาน จี้ขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ 10% ชี้ รัฐควรเติมกำลังซื้อ ให้คนทำงาน

28.11.24 | 15:27 น.

สรส.บุก ก.แรงงาน จี้ขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ 10% ชี้รัฐควรเติมกำลังซื้อให้คนทำงาน

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดย นายมานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการ สรส. และสมาชิกจำนวนกว่า 100 คน เดินทางเข้าให้กำลังใจคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครรส.) ที่มีการพิจารณาปรับค่าจ้างและปรับปรุงบัญชีโครงสร้างอัตราค่าจ้างลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ รวมถึงค่าจ้างขั้นต่ำ

นายมานพ เปิดเผยว่า เมื่อปี 2566 สรส. ได้มีการยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลเพื่อขอปรับเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจในอัตราร้อยละ 10 ให้เท่ากันทุกคน รวมถึงการปรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนและค่าจ้าง ตลอดจนค่าจ้างขั้นต่ำ หลังจากนั้นได้ยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครรส.) เข้าสู่กระบวนการพิจารณา วันนี้จึงได้ติดตามเรื่องคือ การพิจารณาปรับอัตราจ้างร้อยละ 10 ให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจ

“สำหรับหลักการและเหตุผลคือ รัฐวิสาหกิจไม่ได้มีการปรับเงินเดือนขึ้นมานานมากแล้ว ปรับล่าสุดเมื่อปี 2557-2558 ซึ่งเป็นระยะเวลาร่วม 10 ปี ขณะนี้ก็เกิดสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทุกปีถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เงินในมือคนมีมูลค่าน้อยลง รวมถึงค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างที่ทุกคนสัมผัสได้ การปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จะทำให้คนมีกำลังจ่ายมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป” นายมานพ กล่าว

Advertisement

นายมาพ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการปรับเงินเดือนในราชการ ถึงแม้จะมีมติเห็นชอบการปรับขึ้นเงินเดือนในอัตราร้อยละ 10 แต่ก็ยังเป็นแบบฝนตกไม่ทั่วฟ้า จึงอยากจะให้ปรับเงินเดือนขึ้นเหมือนกันทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ ในบางกิจการ ที่ยังเลื่อนไปเลื่อนมา

“รัฐบาลควรเติมเงินให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน เพื่อให้พวกเขาได้มีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งวันนี้ตัวเลข 400 บาท ก็ไม่ได้มากเกินไป ดูจากพรรคการเมืองที่มีนโยบายหาเสียงออกมามีหลายอัตรา สูงกว่า 400 บาท ก็มี” นายมานพ กล่าวและว่า เมื่อมีการเรียกร้องก็ต้องมีความหวังอยู่แล้วเป็นธรรมดา แต่ตนคิดว่าความเห็นก็จะออกมาหลายๆส่วน ฝ่ายลูกจ้างก็จะยืนยันความเห็นตามที่ สรส.เสนอ ในส่วนของฝ่ายนายจ้าง ก็อาจจะเห็นด้วย แต่ต้องดูความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ส่วนภาครัฐอาจจะกังวลเรื่องของค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณที่ต้องใช้มากขึ้น แต่ตนมองว่าหากการที่จะสูญเสียงบประมาณเบื้องต้นที่ไม่มาก แต่ทำให้ชีวิตคนดีขึ้น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในภาวะฝืดเคืองเพราะคนไม่มีกำลังซื้อ จะเป็นการไปเติมกำลังซื้อของคนและจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้

“วันนี้ถือเป็นโอกาสมาให้กำลังใจทุกภาคส่วน และเชื่อว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องทำความเข้าใจประเด็นเหล่านี้ จึงมีความคาดหวังว่าให้เรื่องนี้สำเร็จ โดยกระบวนการตามกฎหมายต่อจากนี้ หากผ่านการประชุมครรส.แล้ว กระทรวงแรงงานจะต้องเสนอต่อ ครม. ให้ความเห็นชอบ ถึงจะมีผลต่อรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งสามารถดำเนินการต่อได้” นายมานพ กล่าวและว่า เบื้องต้นพนักงานรัฐวิสาหกิจได้เงินเดือนคนละประมาณ 10,000-20,000 บาท รัฐวิสาหกิจไม่ค่อยเปิดรับสมัครคน และมีการปรับเงินเดือนได้น้อยมาก แต่หากมีการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นขั้นไป จะทำให้คนเห็นอนาคตมากขึ้น