นายกฯ ห่วงท่วม 5 จว.ใต้ กำชับ สธ.ดูแลผู้ประสบภัยทั้งกาย-ใจ เน้นกลุ่มเปราะบาง
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยสถานการณ์อุทกภัยทางภาคใต้อย่างมาก

ล่าสุดได้มีข้อสั่งการให้ สธ.ดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางให้ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งตนได้มีข้อสั่งการถึงสำนักงานเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 รวมถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พื้นที่ประสบภัย นอกจากการป้องกันน้ำท่วมในสถานพยาบาล กรณีต้องปิดบริการชั่วคราว ให้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่หรือจุดบริการสำรอง และแจ้งให้ประชาชนทราบรวมถึงแจ้งประชาชนเรื่องการจัดบริการทดแทนของหน่วยบริการนอกสังกัดด้วย และให้ประสานการจัดหายานพาหนะทั้งรถ เรือ กรณีจำเป็นต้องอพยพผู้ป่วยในไปยังโรงพยาบาลรับส่งต่อ การเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปยังศูนย์อพยพหรือโรงพยาบาลที่มีความปลอดภัย

“นอกจากนี้ ให้สื่อสารความเสี่ยงในการป้องกันภัยจากน้ำท่วม ทั้งการจมน้ำ ไฟดูด แมลง สัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์มีพิษกัดต่อยด้วย สำหรับโรคที่มากับน้ำท่วม ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคฉี่หนู โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอุจจาระร่วง แม้จะยังไม่มีสัญญาณการเกิดโรค แต่ได้ให้เฝ้าระวังต่อเนื่อง โดย นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. ได้ลงพื้นที่ ประสบอุทกภัยในภาคใต้เพื่อติดตามสถานการณ์และดูแลความพร้อมระบบสาธารณสุขแล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา” นายสมศักดิ์กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้มีผลกระทบ 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีผู้เสียชีวิตสะสม 4 ราย จากน้ำท่วม 3 ราย และไฟดูด 1 ราย สถานพยาบาลได้รับผลกระทบ 7 แห่ง ได้แก่ จ.สงขลา 3 แห่ง คือ โรงพยาบาล (รพ.) สมเด็จพระยุพราชนาทวี, รพ.จะนะ และ รพ.เทพา จ.ปัตตานี 4 แห่ง คือ รพ.โคกโพธิ์, รพ.ยะหริ่ง, รพ.ทุ่งยางแดง และ รพ.หนองจิก จำนวนนี้ปิดบริการ 2 แห่ง คือ รพ.ยะหริ่ง โดยย้ายไปให้บริการที่หน่วยบริการปฐมภูมิในตลาดยะหริ่งแทน และย้ายผู้ป่วยไป รพ.ยะรัง 5 ราย รพ.ปัตตานี 3 ราย ส่วน รพ.หนองจิก มีน้ำท่วมเข้าหอผู้ป่วยและห้องฉุกเฉิน ได้ย้ายผู้ป่วย 18 ราย ไปที่ รพ.ปัตตานี ด้วยรถทหาร 17 ราย และกลับบ้านได้ 1 ราย อีก 5 แห่งที่เหลือเปิดบริการได้ตามปกติ

“ส่วนการดูแลด้านสาธารณสุข มีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 68 ทีม ดูแลประชาชนรวม 2,011 ราย จัดทีมดูแลเยียวยาจิตใจ (MCATT) 112 ทีม ตั้งศูนย์พักพิง 47 แห่ง ที่ จ.ยะลา 15 แห่ง จ.นราธิวาส 27 แห่ง จ.สงขลา 5 แห่ง รองรับคนได้ 4,500 คน เข้าพักแล้ว 2,217 คน ให้การดูแลกลุ่มเปราะบางแล้ว 1,664 ราย ได้แก่ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง 640 ราย ผู้พิการ 3 ราย หญิงตั้งครรภ์ 462 ราย ผู้สูงอายุ 20 ราย และอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยฟอกไต เป็นต้น 539 ราย พร้อมกันนี้ ยังสนับสนุนเวชภัณฑ์เป็นยารักษาน้ำกัดเท้า 1,600 หลอด และยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย 5,650 ชุด” นายสมศักดิ์กล่าว

ด้านนายเดชอิศม์กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ในภาคใต้เพื่อรับทราบสถานการณ์จริงและให้กำลังใจประชาชน พบว่าระบบสาธารณสุขมีความพร้อมอย่างดี ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ หน่วยงานสาธารณสุขได้ระดมทีมดูแลประชาชนเต็มที่ เช่น จ.สงขลา มีการออกเยี่ยมบ้าน 2,934 หลัง แจกยา 2,322 ชุด ออกให้สุขศึกษา 3,567 ราย
ตรวจรักษา 685 ราย ประเมินสุขภาพจิต 1,101 ราย ส่งต่อรักษายังโรงพยาบาลที่สามารถจัดบริการได้ 10 ราย

“ได้เน้นย้ำเรื่องการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิดตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ล่าสุด มีการติดตาม/เยี่ยมบ้านแล้ว 491 ราย ดูแลให้รับยาต่อเนื่อง และมีบางส่วนที่ส่งต่อรักษาไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์พักพิง 11 แห่ง ที่เปิดไว้รองรับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้เข้าพักแล้ว 1,890 ราย โดยวันนี้เทศบาลนครหาดใหญ่มีการประกาศยกระดับพื้นที่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นธงแดงทั้งหมด จึงได้กำชับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เร่งดูแลช่วยเหลือประชาชนแล้ว” นายเดชอิศม์กล่าว

