สปสช.จับมือ 71 องค์กร ขับเคลื่อนชุมชนเคารพสิทธิ มุ่งยุติเอชไอวี/เอดส์

1.12.24 | 13:50 น.

สปสช.จับมือ 71 องค์กร ขับเคลื่อนชุมชนเคารพสิทธิ มุ่งยุติเอชไอวี/เอดส์

วันนี้ (1 ธันวาคม) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือ UNAIDS กำหนดให้ทุกวันที่ 1 ธันวาคม เป็น “วันเอดส์โลก” เพื่อร่วมรำลึกถึงความสำคัญของโรคเอดส์ ภายใต้คำขวัญวันเอดส์โลกประจำปี 2567 คือ “เคารพสิทธิ มุ่งสู่การยุติเอดส์” (Take the rights path) ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั่วโลกในการเดินหน้าสู่เป้าหมายการยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 ทั้งนี้ สปสช. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเอดส์ ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท โดยเริ่มดำเนินการสิทธิประโยชน์การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ มาตั้งแต่ปี 2549 แยกงบประมาณจัดสรรดำเนินการ ซึ่งปี 2550 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ที่ได้รับการดูแลในระบบบัตรทองรวมทั้งสิ้น 107,011 ราย เป็นผู้รับยาต้านไวรัส 79,185 ราย

นพ.จเด็จกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ จนถึงปัจจุบัน สปสช.ได้ดำเนินการอย่างครอบคลุมในทุกด้านและทุกมิติ ทั้งการรักษาพยาบาล ได้แก่ บริการยาต้านไวรัสทั้งสูตรพื้นฐานและสูตรดื้อยา บริการการตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เพื่อวินิจฉัยหรือติดตามการรักษา การตรวจคัดกรองและตรวจยืนยันไวรัสตับอักเสบซีในผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เป็นต้น โดยปี 2567 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ได้รับการดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง จำนวน 315,200 คน เกินจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่จำนวน 299,420 คน

“ขณะที่การดูแลป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ได้แก่ บริการยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารก บริการให้คำปรึกษาและการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ บริการยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (ยา PrEP) บริการป้องกันการติดเชื้อหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (ยา PEP) บริการถุงยางอนามัยสำหรับผู้ที่เข้ารับบริการให้คำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจและกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ที่มารับบริการติดตามการรักษาที่หน่วยบริการ เป็นต้น โดยปี 2567 มีกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับบริการส่งเสริมและป้องกันติดเชื้อเอชไอวี จำนวน 3,846,841 คน เกินจากเป้าหมายที่กำหนดไว้จำนวน 2,810,674 คน นอกจากนี้ ยังมีบริการถุงยางอนามัยให้กับประชาชนทั่วไป ทั้งที่ร้านยา และตู้รับถุงยางอนามัยอัตโนมัติ ผ่านระบบแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง เป็นต้น ที่เป็นส่วนช่วยสนับสนุน” นพ.จเด็จกล่าว

เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า นอกจากนี้ สปสช. ยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการจัดบริการขององค์กรภาคประชาสังคม โดยร่วมกับมูลนิธิ/องค์กรเอกชน/เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทยที่มีศักยภาพ ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้าน เอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (หน่วยบริการตามมาตรา 3 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545) ในระบบบัตรทอง ซึ่งจะเป็นกลไกสนับสนุนบริการด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มเสี่ยง โดยการให้บริการเชิงรุก ให้เกิดการเข้าถึงและมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯ 71 แห่ง กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ร่วมให้บริการหนุนเสริมการทำงานของโรงพยาบาลและหน่วยงานที่ทำงานด้านเอชไอวี ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ.2560-2573”

Advertisement

นพ.จเด็จกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปีงบประมาณ 2568 สปสช. ได้เน้นดำเนินการสิทธิประโยชน์ “บริการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง” (HIV Self Test) แล้ว โดยให้ประชาชนไทยทุกคน ทุกสิทธิ ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เปลี่ยนคู่นอน ใช้สารเสพติดชนิดเข็ม และมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใส่ถุงยาง เป็นต้น รับชุดตรวจ HIV Self Test นี้ได้ โดยสามารถรับได้ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ไม่เกิน 1 ชุดต่อวัน และเข้ารับชุดตรวจได้ที่หน่วยบริการในระบบบัตรทองฯทุกแห่ง ทั้งหน่วยบริการประจำ หน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หน่วยบริการเฉพาะด้านเวชกรรม (คลินิกเวชกรรม) และหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น