ปี’66ผู้พิการใช้บัตรทอง1.13ล้านคน รับบริการสุขภาพ 3.8 ล.ครั้ง ได้อุปกรณ์ช่วย 3.4 หมื่นชิ้น
วันนี้ (3 ธันวาคม 2567) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า วันคนพิการสากล ตรงกับวันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2535 โดยองค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมความเข้าใจปัญหาความพิการ ยกระดับการสนับสนุนเพิ่มศักดิ์ศรี สิทธิและความเป็นอยู่ดีของผู้พิการ และในปี 2567 ณรงค์ภายใต้แนวคิด “ส่งเสริมการเป็นผู้นำคนพิการ เพื่ออนาคตที่ครอบคลุมและยั่งยืน” (Amplifying the leadership of persons with disabilities for an inclusive and sustainable future) ทั้งนี้ สปสช.ให้ความสำคัญต่อคนพิการ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ มีการพัฒนาสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใต้ “กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” บัตรทอง 30 บาท ในการดูแลคนพิการอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริการขั้นพื้นฐานสาธารณสุข และบริการที่เป็นสิทธิเฉพาะสำหรับคนพิการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนพิการ อาทิ บริการกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัดการประเมิน/แก้ไขการพูด จิตบำบัด พฤติกรรมบำบัด การฟื้นฟูการได้ยิน การฟื้นฟูการเห็น การกระตุ้นพัฒนาการ และการได้รับอุปกรณ์เครื่องช่วยตามประเภทความพิการ เป็นต้น พร้อมอำนวยความสะดวกโดยคนพิการที่ได้รับการลงทะเบียน ท.74 สามารถเข้ารับบริการสถานพยาบาลรัฐในระบบบัตรทองได้ทุกแห่ง

นพ.จเด็จกล่าวว่า ในส่วนสิทธิประโยชน์เพื่อดูแลคนพิการ สปสช. ดำเนินการอยู่ในรายการ “บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์” โดยในปีงบประมาณ 2566 มีคนพิการลงทะเบียนสะสมในระบบบัตรทอง จำนวน 1.301 ล้านคน ในจำนวนนี้ได้ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ จำนวน 1,133,707 คน หรือจำนวน 3,826,137 ครั้ง และบริการอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการจำนวน 28,873 คน หรือ จำนวน 34,461 ชิ้น
“ทั้งนี้ ในส่วนของบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ แยกเป็น ประเภทคนพิการที่เข้ารับริการ ได้แก่
คนพิการจำนวน 162,772 คน จำนวน 544,881 ครั้ง, ผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องฟื้นฟูฯ 463,414 คน 1,513,090 ครั้ง, ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องฟื้นฟูฯ 469,155 คน 1,516,773 ครั้ง, ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง 538 คน 1,715 ครั้ง และ 5 พื้นฟูสมรรถภาพระยะกลาง (Intermediate Care: IMC) รวม 4 กลุ่มโรค (หลอดเลือดสมอง บาดเจ็บที่สมอง บาดเจ็บไขสันหลัง และบาดเจ็บที่สะโพก 37,828 คน 249,478 ครั้ง ส่วนบริการอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ แยกเป็น ประเภทอุปกรณ์ ได้แก่ แขนเทียม-ขาเทียม 6,304 คน 8,148 ชิ้น เครื่องช่วยฟัง 8,234 คน 8,366 ชิ้น ไม้เท้าคนพิการทางสายตา 158 คน 158 ชิ้น และอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการอื่นๆ 14,683 คน 17,789 ชิ้น” นพ.จเด็จกล่าว

เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า อย่างไรก็ดี เมื่อแยกตามรายการกิจกรรมบำบัดฟื้นฟู ปีงบประมาณ 2566 มีการเข้ารับบริการ ดังนี้ กายภาพบำบัด 674,195 คน 2,353,892 ครั้ง จิตบำบัด 327,028 คน 790,083 ครั้ง พฤติกรรมบำบัด 130,178 คน 289,389 ครั้ง กิจกรรมบำบัด 65,335 คน 208,389 ครั้ง การฟื้นฟูการได้ยิน 20,027 คน 27,853 ครั้ง กระตุ้นพัฒนาการ 22,797 คน 49,878 ครั้ง การฟื้นฟูสมรรถภาพการเห็น 5,184 คน 9,784 ครั้ง การประเมินแก้ไขการพูด 10,656 คน 30,864 ครั้ง และฉีดยาลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ 569 คน 768 ครั้ง
นพ.จเด็จกล่าวว่า นอกจากบริการดูแลคนพิการข้างต้นแล้ว ในระบบบัตรทองยังมีกลไกที่เพิ่มการเข้าถึงบริการให้ผู้พิการด้วย ได้แก่การขึ้นทะเบียน “ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป” ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้การรับรองเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น ตามมาตรา 3 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 โดยปี 2566 มีจำนวน 43 แห่ง นอกจากนี้ยังมี “กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพระดับจังหวัด” ที่จัดตั้งขึ้นในปี 2552 ซึ่ง สปสช.สนับสนุนท้องถิ่นระดับจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชิพให้กับคนพิการ ซึ่งข้อมูลล่าสุดปี 2567 มีจำนวน 69 จังหวัด ที่เข้าร่วมแล้ว
“เนื่องในวันคนพิการสากล 3 ธันวาคม สปสช. ร่วมรณรงค์ภายใต้แนวคิด การส่งเสริมการเป็นผู้นำคนพิการเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมและยั่งยืน โดยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นการบริหารในรูปแบบคณะกรรมการที่เปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนรวม รวมถึงคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมาการพัฒนาในหลายๆ ด้าน ก็มาจากกลุ่มคนพิการ องค์กรคนพิการต่างๆ ที่มีส่วนร่วมนำเสนอร่วมกัน จนทำให้ระบบเกิดความครอบคลุมการดูแลที่จำเป็น โดยเฉพาะในส่วนของการดูแลคนพิการ” นพ.จเด็จกล่าว

