ทัพ สธ.บุกเชียงราย ชวนสู้โรค NCDs ปลื้ม! อสม.-ประชาชนนับคาร์บเป็นแล้ว 7 ล้านคน

4.12.24 | 16:19 น.

ทัพ สธ.บุกเชียงราย ชวนสู้โรค NCDs ปลื้ม! อสม.-ประชาชนนับคาร์บเป็นแล้ว 7 ล้านคน

วันนี้ (4 ธันวาคม 2567) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดงานการขับเคลื่อนนโยบายคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เชียงราย เขต 2 น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส.เชียงราย เขต 4 นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ สส.เชียงราย เขต 5 พรรคเพื่อไทย นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สส.เชียงราย เขต 1 นายฐากูร ยะแสง สส.เชียงราย เขต 3 พรรคประชาชน นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ. นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหาร สธ. และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) กว่า 1,200 คน เข้าร่วม ที่สนามสิงห์ เชียงรายสเตเดียม อ.เมือง จ.เชียงราย

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาล และ สธ.ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาโรค NCDs ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ โดยเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานคิกออฟนโยบายคนไทยห่างไกล NCDs ที่ จ.เชียงใหม่

“สำหรับงานที่ จ.เชียงราย เป็นการดำเนินการต่อเนื่องในระดับจังหวัด ซึ่งทราบว่าโรค NCDs สร้างปัญหาให้กับชาวเชียงรายเช่นกัน โดยมีผู้ป่วยเบาหวานกว่า 75,000 คน และมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงกว่า 180,000 คน ดังนั้น การแก้ปัญหาโรค NCDs จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม ทั้งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการกินอาหารให้เหมาะสมกับการใช้พลังงาน ด้วยการนับคาร์บ หรือคาร์โบไฮเดรต ที่มาจากแป้งและน้ำตาล ซึ่งต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ จากบุคลากรสาธารณสุขและ อสม.” นายสมศักดิ์ กล่าว

Advertisement

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการขับเคลื่อนโครงการคนไทยห่างไกล NCDs ว่า เป็นครั้งที่ 7 ครอบคลุม 12 เขตสุขภาพแล้ว โดยมี อสม.และประชาชน เรียนนับคาร์บแล้วกว่า 7 ล้านคน จากนี้ อสม.จะไปช่วยแนะนำประชาชนทั่วประเทศต่อ เพื่อลดการเจ็บป่วย และเสียชีวิตด้วยกลุ่มโรค NCDs ทั้งนี้ สธ.ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ระยะที่ 4 ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งประชาชน ร้อยละ 98 มีความพึงพอใจมากต่อบริการ เพราะสามารถลดระยะเวลาใช้บริการลงกว่าครึ่ง ลดค่าใช้จ่ายของประชาชน เฉลี่ย 160 บาทต่อครั้ง รวมถึงลดการขาดงานของญาติและผู้ป่วยได้อีกด้วย

“หลังจากขับเคลื่อนโครงการนี้ มากกว่า 1 เดือน มี อสม.เรียนนับคาร์บแล้ว 9 แสนคน และประชาชนที่เรียนรู้การนับคาร์บต่ออีก 6.1 ล้านคน รวมเป็น 7 ล้านคนแล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการสอนนับคาร์บ มี อสม.หญิงรายหนึ่ง เกิดเหตุเก้าอี้ที่นั่งอยู่หัก ทำให้เกิดเสียงฮือฮาในห้องประชุมเป็นอย่างมาก นายสมศักดิ์ จึงถือโอกาสนี้ เชิญขึ้นบนเวที เพื่อเป็นแบบอย่างในการคำนวนคาร์บ ซึ่งพบว่า มีน้ำหนักเกินกว่าค่ามาตรฐาน จึงแนะนำจำนวนข้าวที่กินได้อย่างเหมาะสมกับร่างกาย นอกจากนี้ ยังได้เชิญ สส.ทั้ง 5 คน ขึ้นเวทีเพื่อร่วมคำนวนคาร์บ เป็นตัวอย่างให้กับ อสม.และประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานด้วย

จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมคณะเดินทางต่อไปยังวัดหัวฝาย ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย เพื่อเยี่ยมชมกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุ อ.พาน และพบปะ อสม.พร้อมมอบใบประกาศโรงเรียนผู้สูงอายุต้นแบบ จ.เชียงราย เครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุ จ.เชียงราย 18 แห่ง โดยมี พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ นำเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ของผู้สูงอายุ ซึ่งขณะนี้โรงเรียนผู้สูงอายุมีกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ โดยตัวเลขผู้สูงอายุขณะนี้มีกว่า 10 ล้านคน เพิ่มขึ้นปีละเกือบ 5 แสนคน