สปสช. ยันไม่ยกเลิก ‘มะเร็งรักษาทุกที่’ จ่อถกหน่วยงานทบทวนเงื่อนไขเบิกจ่าย
จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เป็นตัวแทนของบริษัทประกันรายหนึ่งเผยแพร่ข้อมูลระบุว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 สปสช. โครงการรักษาโรคมะเร็งฟรี จะใช้ได้แค่รังสีรักษา+เคมีบำบัด ค่า MRI CT-scan ค่าตรวจอื่นๆ ลูกค้าต้องจ่ายเองแล้วนะคะ ประกาศจาก สปสช.” จนทำให้เกิดความกังวลและความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. เปิดเผยว่า สปสช.ยังคงดำเนินการตามนโยบายมะเร็งรักษาทุกที่ แต่กำหนดเงื่อนไขการเบิกจ่ายกองทุนมะเร็งรักษาทุกที่ เฉพาะรายการให้เคมีบำบัด ฮอร์โมน หรือรังสีรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ทั้งนี้รวมบริการผู้ป่วยนอกสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งกรณีที่มีเหตุสมควร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568

ทพ.อรรถพรกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการเบิกจ่ายเนื่องจากพบว่า การจ่ายเงินจากกองทุน Cancer Anywhere ที่ผ่านมานั้นพบว่าไม่ได้จ่ายเฉพาะการรักษามะเร็งอย่างเดียว แต่จ่ายเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเรื่อง investigation (สอบสวนโรค) โรคอื่นที่ไม่สัมพันธ์กับการรักษามะเร็งในครั้งนั้นมากกว่าร้อยละ 50 ดังนั้น เพื่อให้การจัดการงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนของการเบิกจ่ายงบประมาณในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงได้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ่ายใหม่ โดยแยกรายการเบิกจ่ายการรักษาโรคแทรก โรคร่วม หรือโรคอื่นๆ ที่ไม่สัมพันธ์กับโรคมะเร็งออกจากการจ่ายมะเร็งรักษาทุกที่ ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นค่าบริการที่อยู่ในงบเหมาจ่ายรายหัวที่ได้จัดสรรให้กับหน่วยบริการไว้อยู่แล้ว และจ่ายเฉพาะบริการที่เกี่ยวกับมะเร็ง ได้แก่ เคมีบำบัด ฮอร์โมน หรือรังสีรักษา
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ชี้แจงเงื่อนไขการจ่ายที่จะมีการเปลี่ยนแปลงให้กับหน่วยบริการไปเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา พบว่ามีข้อเสนอแนะให้มีการปรับเงื่อนไขใหม่ เนื่องจากความกังวลว่าจะกระทบการให้บริการแก่ผู้ป่วยและทำให้ผู้ป่วยมีความยุ่งยากมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ สปสช.จะเชิญหน่วยบริการในระบบ Cancer Anywhere มาประชุมและหารือทางออกร่วมกันกับ สปสช.อีกครั้ง เพื่อทบทวนเงื่อนไขการเบิกจ่าย โดยจะนำเสนอข้อมูลการเบิกจ่ายที่ผ่านมา และหาทางออกร่วมกันกับหน่วยบริการต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบการให้บริการของหน่วยบริการและเพิ่มความไม่สะดวกให้กับผู้ป่วย
“สปสช.ยืนยันว่าไม่ได้มีการยกเลิกมะเร็งรักษาทุกที่ หรือ Cancer Anywhere แต่อย่างใด ผู้ป่วยมะเร็งที่มีนัดรักษาและผู้ป่วยมะเร็งที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่มีศักยภาพด้านมะเร็ง ยังคงสามารถเข้ารับบริการได้เช่นเดิมโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ส่วนกรณีเงื่อนไขการจ่ายรูปแบบใหม่ที่จะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2568 นั้น สปสช.จะหารือร่วมกับหน่วยบริการในเร็วๆ นี้ เพื่อทบทวนเงื่อนไขการจ่ายเพื่อไม่ให้กระทบผู้ป่วยและการให้บริการของหน่วยบริการ” โฆษก สปสช.กล่าว
ทั้งนี้ ทพ.อรรถพรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ไม่ได้มีการยกเลิกนโยบายมะเร็งรักษาทุกที่ แต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนข้อจำกัดในการเบิกจ่ายกองทุนมะเร็งรักษาทุกที่ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาในผู้ป่วยมะเร็งที่มีโรคแทรกซ้อนระหว่างการรักษามะเร็ง พอตรวจพบโรคแทรกซ้อนก็จะเบิกจากกองทุนมะเร็งฯ ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนตรงนี้ โดยโรคใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งให้ไปเบิกการรักษาโรคแทรกซ้อนกับทางต้นสังกัดแทน ดังนั้นกระแสข่าวข้างต้นจึงผิด ไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ข่าวดังกล่าวถือว่าเป็นสิ่งที่ทำร้ายผู้ป่วยมะเร็งที่รอการรักษาอย่างมาก โดยก่อนการประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2568 ทาง สปสช.จะเรียก รพ.มาหารือกติกาอีกครั้งเพื่อสร้างความเข้าใจตรงกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เป็นตัวแทนบริษัทดังกล่าวได้ปิดช่องทางออนไลน์ลงแล้ว

