ปกป้องพื้นที่ป่าชายเลนที่กำลังจะหายไป ด้วยความหวังใหม่ “เทคโนโลยีชีวภาพ”

8.12.24 | 01:00 น.

ลิงก์วิดีโอ “โครงการปกป้องช่วยเหลือระบบนิเวศป่าชายเลนในประเทศไทย

https://youtu.be/12xOTDxgMPw

 

ภาพความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ประมงชายฝั่ง ที่เคยมีปูและสัตว์น้ำชุกชุม บัดนี้กำลังเปลี่ยนไป เป็นผลจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากนโยบายการพัฒนาของหลายประเทศในโลก ที่เปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมสู่สังคมอุตสาหกรรมหรือการเกษตรที่มุ่งเน้นการผลิตที่มากเกินไป ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ทำการเกษตรตามแนวชายฝั่งเป็นจำนวนมากในช่วงตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ยังคงมีบทบาทช่วยปกป้องทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง ที่มีมูลค่ามหาศาล รวมไปถึงพื้นที่ให้มนุษย์อยู่อาศัย แต่นับวันจะเหลือน้อยเต็มที คือ “ป่าชายเลน” ด่านสำคัญในการช่วยป้องกันคลื่นสำหรับชุมชนตามแนวชายฝั่ง ทั้งยังเป็นแหล่งอนุบาลสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญด้านอาหาร สำหรับการบริโภคของชุมชนแนวชายฝั่งและประชากรในประเทศ

Advertisement

ความ “เปลี่ยนแปลง” ที่ทำให้ป่าชายเลน “เปลี่ยนไป”

ในอดีต ป่าชายเลนทำหน้าที่เสมือนปราการธรรมชาติ ช่วยป้องกันการพังทลายของชายฝั่งและคลื่นลม ให้ร่มเงาและที่อยู่อาศัยแก่สัตว์ทะเลต่าง ๆ จนกระทั่ง 50 ปีที่ผ่านมานี้ ป่าชายเลนได้เผชิญกับภัยคุกคามมากมายจากมนุษย์ ที่มีการตัดไม้ทำลายป่า การขยายพื้นที่เมือง รวมไปถึงผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จนทำให้ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลนไปแล้วกว่า 60%  

“เมื่อ 10 ปีก่อน ที่นี่เคยอุดมสมบูรณ์ มีปูและสัตว์น้ำชุกชุม แต่ตอนนี้…” เสียงของลุงสมชาย ชาวประมงจากบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร สะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น “คลื่นเซาะตลิ่งพัง พื้นที่ทำการเกษตรร่นเข้ามาคนละหลายสิบไร่ ถ้าไม่มีป่าชายเลน คนพื้นที่ก็อยู่ยากขึ้นทุกวัน”

“การประมงของไทยยังคงต้องพึ่งพาความสมบูรณ์ของป่าชายเลนและแนวปะการัง หากเราไม่ปกป้องระบบนิเวศทั้งสองนี้ ท้ายที่สุดแล้ว จะส่งผลกระทบต่อการประมงและคุณภาพชีวิตโดยรวมได้” ดร.วิรัลดา ภูตะคาม ผู้อำนวยการทีมวิจัยจีโนมิกส์ ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ กล่าวถึงความสำคัญของการปกป้องพื้นที่ป่าชายเลน “เพราะป่าชายเลนไม่ได้เป็นแค่ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นระบบนิเวศที่สำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของคนไทย”

“ความหลากหลาย” หัวใจสำคัญในการปกป้องป่าชายเลน

เพื่อที่จะพัฒนาแผนการอนุรักษ์ป่าชายเลนให้คงอยู่ต่อไป การทำความเข้าใจความหลากหลายทางพันธุกรรมของป่า จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ (NOC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและได้ร่วมมือกับบริษัท เอ็มจีไอ เทค จำกัด (“MGI”) บริษัทที่มีเป้าหมายในการพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ นำเอาเทคโนโลยีการวิเคราะห์ลำดับสารพันธุกรรมประสิทธิภาพสูงมาปรับใช้สำหรับโครงการวิจัยเพื่ออนุรักษ์ป่าชายเลน

โดยข้อมูลทางพันธุกรรมเผยให้เห็นว่า พันธุ์พืชและสัตว์ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับอุปสรรคและความท้าทายต่าง ๆ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ระดับความเค็มของน้ำทะเล และการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย เครื่องวิเคราะห์ลำดับ สารพันธุกรรม DNBSEQ-G400RS จาก MGI ช่วยให้สามารถประเมินความหลากหลายนี้อย่างแม่นยำ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยทำความเข้าใจความซับซ้อนทางพันธุกรรมได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์การอนุรักษ์

ดร.เจเรอมี เชียร์แมน นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ ได้ย้ำถึงคุณค่าของแนวทางนี้ว่า “ป่าโกงกางมีความสำคัญต่อบริเวณชายฝั่งและปากแม่น้ำ เป็นเสมือนแนวกำบังกันการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นลมและพายุ รวมถึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ทะเลวัยอ่อนที่จะเติบโตเป็นเสมือนขุมทรัพย์ของมหาสมุทร การเข้าใจความหลากหลายทางพันธุกรรมจะช่วยให้เราสามารถอนุรักษ์ระบบนิเวศที่มีค่านี้ไว้ได้”

เทคโนโลยีการถอดรหัสจีโนมป่าชายเลน

แม้ที่ผ่านมาจะมีโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการดูแลธรรมชาติ แต่ยังมีโอกาสในการพัฒนาโครงการเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการให้ความสำคัญกับปัจจัยทางพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของระบบนิเวศป่าชายเลนในระยะยาว และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักวิจัยไทยได้ใช้เวลากว่า 5 ปีในการบุกเบิกแนวทางปฏิวัติการปกป้องป่าชายเลนด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ ด้วยความร่วมมือระหว่างศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ และ MGI ในการนำเทคโนโลยีวิเคราะห์จีโนมและลำดับสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตมาประยุกต์ในงานอนุรักษ์ระบบนิเวศ ซึ่งเทคนิคดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ลำดับดีเอ็นเอที่เชื่อมโยงกับตำแหน่งเอนไซม์ตัดจำเพาะ (RAD-Seq) ที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถ “อ่าน” รหัสพันธุกรรมของไม้โกงกาง 15 สายพันธุ์ที่พบในประเทศไทย รวมถึงสายพันธุ์หายากที่พบเฉพาะในประเทศไทยได้แม่นยำมากขึ้น ด้วยฐานข้อมูล DNA แทนการประเมินด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยา

ความแม่นยำของเทคโนโลยีการวิเคราะห์ลำดับของ MGI นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คุณโสณิชา อุทุมพร ผู้ช่วยวิจัย ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ กล่าวว่า “แพลตฟอร์มของ MGI ให้ข้อมูลที่มีคุณภาพสูง ลดความคลุมเครือในงานวิจัย ทำให้เราสามารถเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิผล”

เทคโนโลยีใหม่ยังช่วยให้สามารถระบุลำดับของสายพันธุ์ที่ควรได้รับการอนุรักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและแหล่งที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไป เครื่องมือวิเคราะห์ลำดับสารพันธุกรรมประสิทธิภาพสูง DNBSEQ-G400RS ของ MGI ช่วยให้สามารถประเมินความหลากหลายดังกล่าวได้อย่างแม่นยำเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการวางกลยุทธ์การอนุรักษ์

“นอกจากนี้ ยังมีการจัดลำดับ RNA หรือกรดไรโบนิวคลีอิก ที่มีบทบาทในการถอดรหัสและการแสดงออกของยีน เพื่อทำความเข้าใจการแสดงออกของยีนที่จำเป็นสำหรับสายพันธุ์ไม้โกงกางบางสายพันธุ์ที่สามารถเติบโตในน้ำเค็มหรือมีโซเดียมสูง ยีนหรือเส้นทางใดบ้างที่้ต้องกระตุ้น จึงจะสามารถเติบโตในภาวะนั้นได้” ดร.วิรัลดา กล่าวเสริม

ต่อยอดความก้าวหน้าสู่อนาคตผืนป่าชายเลนประเทศไทย

ความร่วมมือระหว่างศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ และ MGI แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาปกป้องธรรมชาติ ผ่านความพยายามในการอนุรักษ์ผืนป่าชายเลนในประเทศไทย อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงแนวทางการใช้นวัตกรรมด้านจีโนมิกส์ในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสนับสนุนความยั่งยืนของระบบนิเวศสำหรับคนรุ่นต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมนักวิจัยยังคงมีความหวังและตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ มาทำการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อขยายขอบเขตในการศึกษาเกี่ยวกับป่าชายเลนให้มากขึ้น รวมไปถึงโครงการอื่น ๆ ที่มีการวิจัยอยู่ด้วย

เรายังต้องการวิเคราะห์ลำดับเอนไซน์ตัดจำเพาะ เพื่อที่เราจะสามารถประเมินได้ว่ามีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากน้อยเพียงใดในประชากรป่าชายเลนทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงภาคใต้ ดร.เจเรอมี กล่าว

ดร.วิรัลดา ยังชี้ให้เห็นว่า การทำงานอนุรักษ์ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในห้องทดลองเท่านั้น แต่ยังมีโครงการให้ความรู้แก่ชุมชน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจความสำคัญของความหลากหลายทางพันธุกรรมและร่วมกันปกป้องป่าชายเลนเพื่อคนรุ่นต่อไป

เรายังมีโครงการเผยแพร่ความรู้ ที่ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปว่า ทำไมการมองเห็นความหลากหลายทางพันธุกรรมในป่าชายเลนจึงมีความสำคัญ และหวังว่า ด้วยการทำเช่นนี้จะทำให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนและรู้สึกอยากปกป้องผืนป่าเพื่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปไกล ประกอบกับความร่วมมือของพันธมิตรจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการอนุรักษ์ป่าชายเลน อาจทำให้เราได้เห็นภาพความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ประมงชายฝั่งกลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งไม่เพียงช่วยรักษาระบบนิเวศ แต่ยังช่วยปกป้องวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง และความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทยได้อีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่เพียงหวังพึ่งเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่การที่ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลน ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในการร่วมปกป้องป่าชายเลนได้

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลนของศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ (NOC) ภายใต้สำนักงาน
พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ที่ https://www.nstda.or.th/noc/research-development/mangrove-project/