หมอฆนัท เผยแค่ ‘บิด-สะบัดคอ’ ทำหลอดเลือดสมองฉีกขาด-อุดตัน อันตรายถึงอัมพาต

8.12.24 | 14:26 น.

หมอฆนัท เผยแค่ ‘บิด-สะบัดคอ’ ทำหลอดเลือดสมองฉีกขาด-อุดตัน อันตรายถึงอัมพาต

จากกรณี นักร้องสาว เสียชีวิตหลังจากการไปนวด โดยหมอนวดที่ให้บริการได้บิดคอขณะทำการนวด ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดท้ายทอย ก่อนเกิดอาการชา แขนขวาอ่อนแรง ใช้งานไม่ได้ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและเสียชีวิตในที่สุด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 นพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมผู้ชำนาญการเพื่อกีฬาและสุขภาพ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนไม่สามารถระบุถึงข้อมูลการเสียชีวิตในเคสดังกล่าวได้ แต่ในแง่ของการนวด ที่อาจจะมีการบิดหรือสะบัดต้นคออย่างรุนแรงนั้น อาจนำไปสู่ความเสียหายต่อหลอดเลือดสมองได้ โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสมของคอ เช่น การสะบัดหรือบิดแรงๆ ซ้ำๆ สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดฉีกขาดหรืออุดตันได้ โดยมีการศึกษากรณีของผู้ป่วยที่มักบิดคอแรงๆ เป็นกิจวัตร เพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้า แต่กลับเกิดอาการอัมพาตครึ่งซีกชั่วคราวในขณะหันศีรษะเพียงครั้งเดียว การตรวจหลอดเลือดด้วยวิธี Magnetic Resonance Angiography (MRA) ยืนยันว่าหลอดเลือดแดงคู่หลัง (vertebral arteries) มีการฉีกขาดของผนังภายใน ทำให้เลือดไหลเข้าไปสะสมและกดเบียดรูหลอดเลือดจนแคบลง ซึ่งการฉีกขาดของหลอดเลือดคู่หลัง มีความสัมพันธ์กับแรงกดหรือแรงหมุนที่กระทำกับคอในมุมผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเปราะบางของหลอดเลือดจากโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม

“โครงสร้างที่อ่อนไหวของหลอดเลือดคู่หลัง ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบหมุนเวียนโลหิตที่สำคัญต่อสมอง โดยทำหน้าที่เลี้ยงสมองส่วนท้ายทอย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการมองเห็น และสมองน้อย ที่ควบคุมการทรงตัว ทั้งนี้ ลักษณะการเดินทางของหลอดเลือดนี้ จะวิ่งผ่านกระดูกคอและมีการโค้งงอในจุดต่างๆ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการฉีกขาดเมื่อเกิดแรงบิดหรือสะบัด” นพ.ฆนัท กล่าว

นพ.ฆนัท กล่าวต่อว่า การระวังในการเคลื่อนไหวคอ แม้การบิดหรือสะบัดคอจะเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้เพื่อลดอาการตึงกล้ามเนื้อคอ แต่พฤติกรรมนี้หากทำบ่อยหรือแรงเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพระยะยาว จึงมีคำแนะนำดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการสะบัดคอแรงๆ 2.เลือกบริหารกล้ามเนื้อคออย่างปลอดภัย ด้วยการตั้งคอตรง ดันศีรษะต้านกับฝ่ามือในทิศทาง ซ้าย ขวา หน้า หลัง โดยจะทำวันละ 10-15 รอบ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอโดยไม่เสี่ยง 3.รักษาอาการปวดคอด้วยวิธีการที่เหมาะสม หากมีอาการปวดคอเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดเพื่อตรวจหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ และ 4.หลีกเลี่ยงการนวดแรงบริเวณคอ เช่น การนวดที่ไม่เหมาะสมอาจไปกระทบต่อหลอดเลือดคู่หลังและทำให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ

Advertisement

“จากข้อมูลงานวิจัยในปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่าการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการฉีกขาดของหลอดเลือด รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิธีดูแลสุขภาพคออย่างเหมาะสม เป็นสิ่งที่สำคัญมาก การทำกิจวัตรที่เราคิดว่าไม่มีอันตราย หากทำผิดวิธี อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ ในยุคที่ข้อมูลสุขภาพเข้าถึงได้ง่าย ขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเลือกแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น” นพ.ฆนัท กล่าว