ไม่น่าให้อภัย รมว.สธ. ชี้ จนท.รพ.กันทรลักษ์ ทำร้ายผู้ป่วยเสียชีวิต ขาดทักษะ สั่ง ‘ผอ.-จนท.’ เข้าส่วนกลาง สอบข้อเท็จจริง เร่งฝึกอบรมเพิ่มทักษะ รับผู้ป่วยจิตเวชเพิ่ม ยัน ไม่ใช่ ‘วัวหายล้อมคอก’
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ครม. กรณีที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทำร้ายร่างกายผู้บำบัดอาการขาดเหล้าและต่อมาเสียชีวิตว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของบุคคลผู้เสียชีวิตอย่างสุดซึ้ง ในฐานะที่เป็นผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และในฐานะคนที่มีลูก มีความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่รุนแรง และเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยได้เลย
นายสมศักดิ์กล่าวว่า แนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ต้องบอกว่าจะยอมให้เรื่องในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกไม่ได้ และได้วางแนวทางในการแก้ไข และสืบสวนกระบวนความว่า เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นจากอะไรและจะแก้ไขอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากเรื่องโรค เกี่ยวกับจิตเวช ที่เกิดขึ้นเยอะ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของติดเหล้า ตัวเลขที่มีทั้งหมดในประเทศไทย ประมาณ 79,000 คน และเข้าบำบัดรักษา 3,340 คน ขณะนี้ดำเนินการอยู่ โรคประเภทนี้ที่เกิดขึ้นมาอย่างมาก ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาเราได้เพิ่มบุคลากรที่เข้ามาดูแล ผู้ป่วยในลักษณะนี้อย่างรวดเร็ว
นายสมศักดิ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ 2 คนดังกล่าว เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย หรือเป็นพนักงานผู้ช่วยเหลือคนไข้ ซึ่งขาดความรู้ ความสามารถเฉพาะทาง เนื่องมาจากมีบุคลากรน้อย และจากการสืบสวนในเบื้องต้น ทั้ง 2 คน เป็นพนักงานช่วยเหลือคนไข้ ไม่มีทักษะในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในด้านนี้โดยตรง พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ได้มาแก้ตัวให้เจ้าหน้าที่ เพราะขณะนี้ได้ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว และสั่งการให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันทรลักษ์ มาที่ส่วนกลาง โดยที่วันที่ 12 ธ.ค. เวลา 08.30 น.นี้
กระทรวงสาธารณสุข สั่งให้ดำเนินการประชุมและจัดสัมมนา เพื่ออบรมให้ความรู้บุคลากร ทั้งผู้บริหาร และผู้ช่วยเหลือเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมรุนแรงโดยด่วนที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งความรุนแรงเป็นการแสดงออก ถึงการขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ และคำว่าพฤติกรรมรุนแรง เริ่มต้นจากการใช้คำพูด เอาหัวโขกพื้น หรือรุนแรงต่อผู้อื่น เช่น การชกต่อย ตบตี โดยใช้อาวุธต่างๆ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และรุนแรงต่อสิ่งของ สิ่งเหล่านี้หากเราได้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานไปดำเนินการโดยที่ไม่มีความรู้ทักษะโดยตรงแล้วก็จะปฏิบัติไม่ถูก
“เป็นสิ่งที่เราไม่พร้อมด้วยบุคลากร ต้องเรียนว่าบุคลากรในส่วนนี้ยังขาดแคลน แต่เราไม่สามารถที่จะไปเอ่ยอ้างว่าขาดแคลน หากเป็นเหตุการณ์นี้จะมีคนเสียชีวิตอีก เราจะอ้างอย่างนั้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน ได้ถูกสั่งให้พักราชการ เหมือนลักษณะให้ออกราชการ ส่วนพยาบาลอีก 2 คนได้สอบสวนข้อเท็จจริง และตัวผู้อำนวยการก็เรียกตัวเข้ามาส่วนกลาง เพื่อมาหารือ“
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีความผิดถึงขั้นอาญาหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า คงต้องพิจารณาสอบสวนในส่วนนี้ให้ครบถ้วนว่า อาญาหรืออะไรอย่างไร แต่ความผิดต้องมีแน่นอน เพราะเป็นการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องแต่เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้ตรวจราชการเขตไปดำเนินการประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งให้ทำความเข้าใจกับประชาชน โดยผู้แทนราษฎรในฐานะเป็นฝ่ายของประชาชนอยู่แล้ว คงจะเป็นผู้ที่มาช่วยประชาชน เรียกร้องค่าเสียหายที่จะต้องเกิดขึ้น ทางโรงพยาบาล หรือกระทรวงสาธารณสุขจะต้องรับผิดชอบให้เหมาะสมและเต็มที่
เรื่องการเรียกเข้ามาอบรม ไม่ใช่วัวหายแล้วล้อมคอก เพราะเรื่องนี้จะต้องมีผู้ป่วยเข้ามารักษาบำบัดอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอย่างที่บอกบางคนไม่แสดงอาการ หรือมีพฤติกรรมที่เงียบ ทั้งนี้ขอให้น้ำหนัก เรื่องการขาดแคลนบุคลากร และเพิ่มบุคลากร อันนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เหตุเกิดโรคภัยไข้เจ็บลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก แต่กรมสุขภาพจิตที่ดำเนินการขาดแคลนบุคลากร

