พิพัฒน์ จับมือ สทน. ผลักดันเทคโนโลยี มุ่งลดอบุัติเหตุจากการทำงานเหลือ 1:1000 คนในปี 73
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีปิดงาน “การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์และเครือข่ายด้านความปลอดภัย” พร้อมทั้งได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจทางวิชาการ (MOU) ระหว่าง สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานในประเทศไทย โดยมีนายกำธร ชีพชัยอิสระ ประธานกรรมการ สสปท., นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สสปท., รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

นายพิพัฒน์ กล่าวในพิธีว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสถานที่ทำงานเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวของนักวิชาการและหน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานด้านความปลอดภัยเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์งานด้านความปลอดภัยในองค์กร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเป้าหมายในการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจาก 2.03:1,000 คนต่อปี ให้เหลือ 1: 1,000 คน ต่อปีให้ได้ภายในปี 2573

“ข้อตกลงความเข้าใจทางวิชาการระหว่าง สสปท. และ สทน. ในวันนี้ นับเป็นการผนึกกำลังความรู้และทรัพยากรของทั้งสองสถาบัน เพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งแรงงาน ผู้ประกอบการ และประเทศชาติในระยะยาว โดยจะสามารถนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน ลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ เพื่อพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงานให้สูงขึ้น” นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้านนายนันทชัย กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้จะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และยังเปิดโอกาสให้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยง และลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วย

ขณะที่ รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวว่า สทน.จะร่วมกันพัฒนายุทธศาสตร์และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยการยึดเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อประยุกต์สู่การป้องกันอุบัติเหตุในการทำงาน


