บอร์ด สปส.เคาะเพิ่มเงินทดแทนว่างงาน 60% จ่ายคงที่ 12,000 บาท/AdjRW เริ่ม 1 ม.ค.68

12.12.24 | 12:02 น.

บอร์ด สปส.เคาะเพิ่มเงินทดแทนว่างงาน 60% จ่ายคงที่ 12,000 บาท/AdjRW เริ่ม 1 ม.ค.68

วันนี้ (12 ธันวาคม 2567) นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) เปิดเผยหลังการประชุมบอร์ดประกันสังคม (ชุดที่ 14) ครั้งที่ 18/2567 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบจ่ายอัตราค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยให้กับโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน คงที่ 12,000 บาท ต่อ ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมด้วยเกณฑ์วันนอน (AdjRW) โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

และขอให้มีการตรวจสอบภายใน (ออดิท) เพิ่มเติมอย่างเข้มข้นในทุกเดือน เพื่อติดตามการรักษาของผู้ประกันตนและควบคุมการเบิกจ่ายเงินของ       รพ.เอกชนให้เพียงพอสำหรับการดูแลผู้ประกันตน ซึ่งจะมีชุดคณะกรรมการทั้งด้านการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบดูแลตรงนี้ ยืนยันว่าการที่ต้องจ่าย 12,000 บาท/AdjRW นั้น ไม่ส่งผลต่อสถานะกองทุนประกันสังคม หากมีการตรวจสอบที่เข้มงวด กวดขัน และรายงานผลการเบิกจ่ายก็จะไม่กระทบต่อกองทุนฯแน่นอน

“เนื่องจากที่ผ่านมาทางประกันสังคมก็ยังจ่ายอยู่ที่ 12,000 บาท/AdjRW แต่พอถึงช่วงปลายปีจะเหลืออยู่ที่ราว 7,000-8,000 บาท/AdjRW ทำให้กระทบต่อการรักษาพยาบาลและรายได้ของ รพ.คู่สัญญา เพราะมีการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลโรคอ้วนเข้ามา หากเราลดค่ารักษาตรงนี้ไปได้อย่างเหมาะสม ก็จะนำไปทบกับงบประมาณเพิ่มได้” นายบุญสงค์ กล่าว

Advertisement

เลขาธิการ สปส. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้แล้วในวาระการประชุมบอร์ดฯ ยังมีการพิจารณาปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน นับว่าเป็นความโชคดีและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ประกันตนทั่วประเทศในกรณีที่ผู้ประกันตนถูกเลิกจ้าง ซึ่งบอร์ดฯ มีมติเอกฉันท์ปรับเพิ่มเงินทดแทนในกรณีว่างงานจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 60 ของรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

ด้านนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการฝ่ายผู้ประกันตน กล่าวว่า บอร์ดประกันสังคมมีมติจ่ายเงินคงที่อยู่ที่ 12,000 บาท/ AdjRW ตามที่ รพ.เอกชนได้มีข้อเสนอมา เป็นอัตราเหมาจ่าย ควบคู่กับจัดระบบตรวจสอบ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมา ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเงินของผู้ประกันตน และต้องการันตีได้ว่าผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุด เพื่อทำให้ประสิทธิภาพการรักษาส่งไปถึงผู้ประกันตนได้อย่างเหมาะสม

“จากเดิมที่มีการกำหนดวงเงิน Global budget ซึ่ง สปส.ได้มีการประมาณการค่าใช้จ่ายที่กำลังจะเกิดในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวไว้ นั่นเป็นธงที่ทำให้เราต้องออกแบบกระบวนการออดิท ด้านหนึ่งก็จะทำให้ รพ. สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน การที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นก็ต้องมีแนวทางการออดิทเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นไปตามทุกมาตรการของประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ รวมถึงการลงทุนต่างๆที่มีการปรับเพิ่ม จะต้องมีมาตรการการตรวจสอบที่อัพเกรดขึ้น” นายษัษฐรัมย์ กล่าว

นอกจากนี้ นายษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า ในภาพใหญ่ บอร์ดประกันสังคมไม่ได้พิจารณาแค่เรื่องการแพทย์ ต้องดูเรื่องการบริหารเงินและการลงทุนที่ต้องการให้มีดอกผลกลับมา ตลอดจนการออกแบบสิทธิประโยชน์ และการบริหารจัดการสำนักงาน ซึ่งบอร์ดฯ มีวงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับค่า AdjRW มากกว่า 2 แต่เนื่องจากจะเป็นการปรับจ่ายแบบนี้ครั้งแรก จึงต้องมีกระบวนการออดิทที่เข้มข้น เพราะถ้าออดิทดี ค่าใช้จ่ายอาจจะไม่สูง และจะสามารถสร้าง รพ.คู่สัญญาที่ดีกับ สปส.ได้ เชื่อว่ายังมี รพ.อีกจำนวนมากที่ต้องการจะเป็นคู่สัญญากับประกันสังคมในระยะยาว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายใน นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นการจัดการภายใน ซึ่งจะเป็นคณะกรรมการที่ดูภาพรวมของเรื่องนี้ เนื่องจากเงินรักษาพยาบาลอยู่ในกองทุน 4 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และเสียชีวิต หากค่ารักษาพยาบาลเพิ่มโดยปราศจากการออดิท ก็ทำให้ไม่สามารถปรับสิทธิประโยชน์ส่วนอื่นได้ ขณะเดียวกัน ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินขาเข้า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องรักษาพยาบาล แต่เป็นการบริหารจัดการกองทุนทั้งหมด และย้ำอีกครั้งว่า เราไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับการเพิ่มเงิน หากการเพิ่มเงินตรงนี้กลับสู่ผู้ประกันตนให้ดีที่สุด การตรวจสอบที่เข้มข้นจะทำให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดกับผู้ประกันตน เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตทำงานได้อย่างปกติได้ การรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด คือ การทำให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาที่เหมาะสม

“ในขั้นคณะอนุกรรมการทบทวนหลักเกณฑ์ และอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสังคม (เฉพาะกิจ) ก็เห็นด้วยกับตัวเลขที่ 12,000 บาท/ AdjRW ขณะเดียวกัน บอร์ดประกันสังคมก็จะมีหน้าที่บริหารกองทุนฯ ให้อยู่ในกรอบได้อย่างไร ซึ่งการจ่ายตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว เป็นงบฯที่บ่งบอกถึงความรุนแรงของโรค เกิดขึ้นจริงตามอาการของโรค”  นายษัษฐรัมย์ กล่าว