ราชกิจจาปลดล็อค ภูเก็ต อนุญาตสร้างตึก-บ้านเดี่ยวบนภูเขา ได้แล้ว

14.12.24 | 15:16 น.

ราชกิจจาประกาศคุ้มครองสิ่งแวดล้อมพื้นที่ภูเก็ตทดแทนฉบับเดิม ผ่อนปรนให้พื้นที่สูง เกินกว่า 80-140 เมตร และพื้นที่ลาดเชิงเขา สามารถก่อสร้างบ้านเดี่ยว หรืออาคารเดี่ยวได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

วันที่ 14 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซด์ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ กระทรวง​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​ โด​ย สำนักงาน​นโยบาย​และ​แผน​ทรัพยากร​ธรรมชาติและ​สิ่ง​แวดล้อม​ดำเนินการ​ประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม​จังหวัด​ภูเก็ต​ (ฉบับ​ใหม่)​ เพื่อทดแทนฉบับเดิม ที่สิ้นสุดระยะเวลาการใช้บังคับ

โดยออกเป็น “ประกาศกระทรวง​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​ เรื่อง​ กำหนดเขต​พื้นที่​และ​มาตรการ​คุ้มครอง​สิ่ง​แวดล้อม​ ในบริเวณ​พื้นที่​จังหวัด​ภูเก็ต​ พ.ศ.2567” ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 141 ตอนพิเศษ 342 ง ​ลงวันที่ 13 ธันวาคม​ 2567 มีผลบังคับใช้​ตั้งแต่​วันที่ 14 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป​ เป็นระยะ​เวลา 5 ปี

สำหรับ สาระสำคัญของประกาศ ได้แก่ แก้ไขบริเวณเขตพื้นที่ที่ให้ใช้มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
จากเดิม 9 บริเวณ เป็น 8 บริเวณ กำหนดมาตรการเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ ป้องกันและลดผลกระทบจากการพัฒนาเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารและการก่อสร้างโรงงาน เช่น โรงงานต้องจัดให้มีเครื่องจักรหรืออุปกรณ์
เพื่อควบคุมมลพิษหรือแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม มาตรการพื้นที่น้ำซึมผ่านได้ การปลูกต้นไม้หรือจัดให้เป็น
พื้นที่สีเขียว เป็นต้น

ทั้งนี้ ได้ตัดมาตรการที่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายหลักที่บังคับใช้อยู่ในพื้นที่ ผ่อนปรนเรื่องความสูง ของการก่อสร้างอาคารในบางบริเวณให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคารหรือกฎหมายผังเมือง เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

Advertisement

ผ่อนปรนมาตรการในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เกินกว่า 80-140 เมตร และพื้นที่ลาดเชิงเขา สามารถก่อสร้างบ้านเดี่ยวหรืออาคารเดี่ยวได้ภายใต้เงื่อนไข ที่กำหนดและเป็นไปตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง

กำหนดมาตรการห้ามกระทำหรือประกอบกิจกรรมใดๆ ที่อาจเป็นอันตรายหรือส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวม เพิ่มขนาดจำนวนห้องพักของโรงแรม อาคารอยู่อาศัยรวม อาคารชุดที่เข้าข่ายต้องดำเนินการตามข้อกำหนดท้ายประกาศ จากเดิม 10-29 ห้อง เป็น 11-​49 ห้อง และที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น จากเดิม 30-79 ห้อง เป็น 50-​79 ห้องเพื่อผ่อนปรนให้กับผู้ประกอบการ​รายย่อย รวมทั้ง พัฒนากลไกการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมโดยให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตเป็นหน่วยงานประสานงาน ในการบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ แทนการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่รัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น