แพทย์ชี้ ‘โนโรไวรัส’ ไม่ใช่เชื้อใหม่ รักษาตามอาการได้ แนะกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

15.12.24 | 16:27 น.

แพทย์ชี้ ‘โนโรไวรัส’ ไม่ใช่เชื้อใหม่ ระบาดทั่วโลก รักษาตามอาการได้ แนะกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยากำจัดเชื้อเฉพาะ

จากกรณีการระบาดของเชื้อโนโรไวรัสที่เกิดขึ้นในประเทศจีน โดยสื่อจีนรายงานสถานการณ์ว่า พบเด็กนักเรียนอย่างน้อย 18 คนในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองผู๋เอ๋อ มณฑลยูนนาน มีอาการป่วยอาเจียน ท้องเสีย ล่าสุดสื่อมาเลเซีย รายงานสถานการณ์โดยอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของจีน หลังตรวจสอบพบว่า นักเรียนทั้งหมดติดเชื้อโนโรไวรัสนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้เชี่ยวชาญด้านโรค เปิดเผยว่า เชื้อโนโรไวรัส (Norovirus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นเชื้อไวรัสเก่าที่มีมานาน และแพร่ระบาดทั่วทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทยและต่างประเทศ โดยเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโนโรไวรัสในอาหารและน้ำดื่ม จึงทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน ภาวะขาดน้ำขาดเกลือแร่ จนถึงร่างกายอ่อนเพลียโดยเชื้อไวรัสนี้สามารถติดต่อกันได้ง่าย ผ่านการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง/ผู้ที่ดูแลทำความสะอาด หรือการนำนิ้วมือที่สัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าปากโดยไม่ล้างมือ โดยเชื้อตัวนี้มักจะพบในช่วงอายุเด็กอนุบาล-ประถมวัย หากมีการติดเชื้อจะมีอาการรุนแรง ส่วนอีกช่วงอายุหนึ่งคือ สูงวัยราว 50-60 ปีขึ้นไป อาจจะทำให้หมดแรง จนถึงความดันต่ำ

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวต่อว่า เชื้อโนโรไวรัส อยู่บนพื้นผิวได้ประมาณ 14 วัน โดยมีการศึกษาที่ประเทศจีนตั้งแต่ปี 1997-2023 พบว่ามีคนติดเชื้อไวรัสตัวนี้ โดยไม่มีอาการแต่สามารถแพร่เชื้อออกไปได้เรื่อยๆ เฉลี่ยประมาณ 20% ดังนั้นถ้าเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วไม่ได้ล้างมือ เอามือไปป้ายพื้นผิวรอบๆ และเราไปสัมผัสต่อ เอาเข้าปาก ก็ติดได้ เพราะฉะนั้นในโรงเรียนประถม จะต้องมีการรักษาความสะอาดพื้นผิว โต๊ะเก้าอี้ หรือพื้นให้ดียิ่งขึ้น

“เชื้อชนิดนี้มีความพิเศษตรงที่ว่า ต้องใช้น้ำกับสบู่ในการทำความสะอาด ไม่สามารถใช้แอลกอฮอล์ป้องกันได้ เนื่องจากเชื้อไม่มีเปลือกหุ้มไขมัน สำหรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสแนะนำให้รักษาตามอาการ หากมีอาการอาเจียน ท้องเสีย ให้หมั่นดื่มน้ำสะอาดและเกลือแร่เพื่อทดแทนพลังงานที่เสียไป รวมถึงการกินอาหารร้อน อาหารปรุงสุก, ใช้ช้อนกลางหากต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น และหมั่นล้างมือก่อนรับประทานหรือหยิบจับอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ทั้งนี้ ปัจจุบันเชื้อโนโรไวรัสยังไม่มีวัคซีนป้องกัน รวมถึงยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยเฉพาะ แต่เบื้องต้นจากการศึกษาและทดสอบในหลอดทดลองพบว่า การทานขมิ้นชันสามารถระงับยับยั้งไวรัสได้ถึง 91% ซึ่งควรทานตามความเหมาะสมกับอาการผู้ป่วย” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

Advertisement

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในไทยก็ยังพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่เรื่อยๆ แต่อาจจะเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านในช่วงฤดูหนาว แต่ยังถือว่าสถานการณ์ปกติ ไม่ได้เป็นที่ตื่นตระหนกใดๆ และขอย้ำว่า เชื้อไวรัสนี้ไม่ใช่ไวรัสประหลาดหรือเชื้อใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น สามาถรักษาตามอาการได้ ซึ่งความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสขึ้นอยู่กับอาการ หากมีอาการอาเจียนและท้องเสียน้อย ให้หมั่นทานน้ำสะอาดและเกลือแร่ หากมีอาการมาก จนถึงรับประทานอาหารไม่ได้ ประกอบกับอาเจียนรุนแรงและท้องเสีย จนถึงขั้นหมดแรง ขาดน้ำและเกลือแร่อย่างหนัก ควรต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป แต่ทั้งนี้ไม่ได้พบว่าเป็นอัตรายถึงแก่ชีวิตในทุกราย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมจะมีการแถลงสถานการณ์เชื้อโนโรไวรัส ในวันที่ 18 ธันวาคม 2567