สปสช.เร่งตรวจสอบปม ‘แม่พาลูกตระเวนขอยาพ่นจมูก’ มาขายออนไลน์ จ่อเอาผิดถึงที่สุด

19.12.24 | 12:24 น.

สปสช.เร่งตรวจสอบปม ‘แม่พาลูกตระเวนขอยาพ่นจมูก’ มาขายออนไลน์ จ่อเอาผิดถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย กรณีมีคุณแม่นำยาพ่นเพื่อบรรเทาอาการภูมิแพ้และคัดจมูก ซึ่งได้รับการพาลูกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและนำมาขายทางออนไลน์ โดยระบุถึงการใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่นั้น ว่า ขอขอบคุณที่ได้มีการนำเสนอข้อมูลนี้มาเผยแพร่ และขอเรียนว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นระบบที่ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นหลักประกันและสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้กับประชาชน หากเจ็บป่วยไม่ว่าเล็กน้อย หรือป่วยหนัก สามารถเข้าถึงการรักษาได้โดยไม่ต้องมีอุปสรรคทางการเงิน งบประมาณกองทุนทุกบาททุกสตางค์ล้วนมาจากภาษีประชาชน การใช้จ่ายงบประมาณจึงต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด

“การนำยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลไปจำหน่ายในเว็บไซต์และกลุ่มออนไลน์ตามที่ปรากฏเป็นข่าว หากเป็นเรื่องจริง ถือเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะนอกจากจะเป็นการเอาเปรียบผู้ป่วยท่านอื่นแล้ว ยังเป็นเพิ่มภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์โดยไม่จำเป็น อีกทั้งเป็นการกระทำผิดกฎหมายที่ไม่สมควรเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง” ทพ.อรรถพรกล่าว

ทพ.อรรถพรกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นการไปรับยาในความถี่ที่แปลกๆ ผิดปกติจริง จึงได้มอบหมายให้ สปสช.เขตที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบในรายละเอียดว่าเป็นการไปรับยาที่หน่วยบริการหน่วยเดียวหรือไปรับยาในหลายๆหน่วยบริการ และให้ สปสช.เขตไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน

เมื่อถามถึงการเอาผิดกับผู้กระทำลักษณะเช่นนี้ ทพ.อรรถพรกล่าวว่า ตามหลักกฎหมาย ต้องพิจารณาว่าใครเป็นผู้เสียหาย เบื้องต้น สปสช.ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน เพราะในภาพใหญ่กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับความเสียหาย เนื่องจากเงินทั้งหมดเป็นงบประมาณแผ่นดิน เงินทั้งหมดมีไว้เพื่อจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลแทนประชาชน เมื่อประชาชนที่มีสิทธิบัตรทอง 30 บาทป่วยก็จะได้รับบริการ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลแทนประชาชน ดังนั้น หากมีการรับยาถี่เกินไป ซึ่งดูจากพฤติกรรมแล้วมักจะไปในคลินิกหรือห้องฉุกเฉินนอกเวลาราชการ ที่มีความเร่งด่วน และเห็นใจแพทย์พยาบาลที่ห้องฉุกเฉินที่จะต้องเอาเวลาส่วนหนึ่งมาดูผู้ป่วย และบังเอิญช่วงนั้นมีคนไข้ที่ฉุกเฉินกว่าเข้าไป ยิ่งทำให้การตรวจสอบน้อย กรณีเช่นนี้ก็ว่าตามกฎหมาย

Advertisement

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นนี้ สปสช.จะประสานหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและเร่งดำเนินการตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นนี้ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายยาพ่นเพื่อบรรเทาอาการภูมิแพ้ที่เป็นข่าว หากพบว่ามีการมารับยาและนำไปจำหน่ายจริง สปสช.จะดำเนินการทางกฎหมายจนถึงที่สุด จึงขอเตือนไปยังผู้ที่กระทำพฤติกรรมดังกล่าวหรือผู้ที่จะทำตามแบบอย่าง เพราะนอกจากจะถูกดำเนินการทางกฎหมายแล้ว ยังเป็นผู้ที่บ่อนทำลายต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เป็นหลักประกันสุขภาพของคนไทยทุกคนด้วย ทั้งนี้ หากพบข้อมูลใดๆ ขอให้แจ้งมาที่ สปสช. เพื่อที่จะเร่งดำเนินการต่อไป