นักวิชาการ-ประชาชน ไม่ทน! จ่อล่า 3 หมื่นชื่อ หนุนร่าง พ.ร.บ.กัญชาทางการแพทย์
วันนี้ (19 ธันวาคม 2567) ที่อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) กรุงเทพมหานคร เครือข่ายความร่วมมือภาคประชาสังคม ประกอบด้วย แกนนำชุมชน ภาคประชาชน แกนนำเด็กและเยาวชน เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพประชาชนนักวิชาการ และอดีตข้าราชการ นำโดย นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการและเลขานุการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด เข้าพบประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นเรื่องริเริ่ม (ร่าง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ พ.ศ. … มีนายคัมภีร์ ดิษฐากร โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับเรื่องแทน

นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์และมุมปัญหากัญชาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ที่มีผลมาจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเทศที่ 5 พ.ศ.2565 มีผลบังคับใช้โดยกำหนด ทุกส่วนของกัญชาไม่ถือว่าเป็นยาเสพติด และสอดคล้องกับที่รัฐสภาได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 โดยมีสาระสำคัญ คือ การถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด หรืออาจกล่าวได้ว่า วันที่ 9 มิถุนายน 2565 คือ การประกาศเสรีกัญชาแทบไร้ข้อจำกัด
นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า สังคมไทยอยู่กับสถานการณ์เสรีกัญชามากกว่า 2 ปี ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมต่อกัญชามีความคิดเห็นที่แตกต่าง อีกทั้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นประโยชน์และผลกระทบที่เกิดจากกัญชาก็มีให้เห็นอยู่ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ และผ่านงานศึกษาวิจัยมากมาย จนอาจกล่าวได้ว่ากัญชาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยอย่างเปิดเผย และมีผู้คนที่ได้ประโยชน์จากกัญชา ขณะเดียวกัน ก็มีผู้คนในสังคมไทยที่ได้รับผลกระทบจากกัญชาเช่นเดียวกัน

“การใช้กัญชาในทางประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นทางเลือกของประชาชนคนไทย เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยหรือกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ที่เกิดรายได้จากการปลูกกัญชาหรือธุรกิจกัญชา แต่ข้อเท็จจริงพบว่า มีผู้ประกอบการจำหน่ายช่อดอกกัญชาเชิงนันทนาการอยู่ทั่วประเทศ และซื้อดอกกัญชามีสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท การใช้ช่อดอกกัญชาเกินความจำเป็นนั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาการใช้กัญชาในกลุ่มเด็กเยาวชน เกิดปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้กัญชาในปริมาณที่มากเกินไป หรือใช้กัญชาอย่างไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ภาพปรากฎการณ์กัญชาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนคนไทย ดังนั้น ถึงเวลาที่ควรต้องมีกฎหมายในการป้องกันและลดผลกระทบจากการใช้กัญชาในทางที่ผิด” นายวัชรพงศ์ กล่าว
นายวัชรพงศ์ กล่าวอีกว่า เครือข่ายเห็นถึงประโยชน์และเห็นถึงผลกระทบจากกัญชา จึงได้รวมตัวกันนำข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมายกร่าง พ.ร.บ.กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ พ.ศ. … บนความเชื่อว่า กัญชาเป็นพืชที่เป็นประโยชน์หากนำไปใช้ให้เหมาะสมและควรกำหนดมาตรการการป้องกันและควบคุมการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ ควรมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่อาจได้รับผลกระทบจากการใช้ บริโภคกัญชาและควรมีกลไกรูปแบบคณะกรรมการกัญชาเพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการการควบคุมช่อดอกและสารสกัดดอกกัญชา และการใช้ประโยชน์จากกัญชาในทางสร้างสรรค์
“ร่าง พ.ร.บ.กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ พ.ศ. …นี้ เป็นเสมือนแนวทางหรือข้อตกลงร่วมที่จะทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้อยู่ร่วมกับกัญชาได้อย่างปลอดภัย ภายใต้หลักการสำคัญ 5 ประการ คือ 1.ต้องปกป้องเด็กเยาวชนจากกัญชา 2.สนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ ไม่สนับสนุนกัญชาเสรี 3.ต้องลดผลกระทบจากการใช้กัญชาในทางที่ผิด 4.ผู้ป่วยต้องเข้าถึงกัญชาเพื่อรักษาได้โดยง่าย และ 5.ต้องคุ้มครองผู้บริโภค จากผลิตภัณฑ์กัญชง กัญชา” นายวัชรพงศ์ กล่าว

