เขตสุขภาพที่ 5 เปิดตัว ‘เวลเคชั่น’ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ
วันนี้ (19 ธันวาคม 2567) นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellcation) เขตสุขภาพ ที่ 5 ภายใต้โครงการ Kick off ขับเคลื่อนนโยบาย Medical & Wellness Hub และ “Wellcation” เขตสุขภาพที่ 5 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

โดยมี นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัด สธ. นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 5 นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5 นพ.ชาติชาย กิติยานันท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) เพชรบุรี คณะผู้บริหาร สธ. คณะผู้บริหารเขตสุขภาพที่ 5 หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 5 ภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ประกอบการ WELLNESS และผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก เข้าร่วม ณ โรงแรมบาบา บีช คลับ โฮเต็ล ชะอำ-หัวหิน บาย ศรีพันวา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

นายกิตติกร กล่าวว่า โครงการ Wellcation เขตสุขภาพที่ 5 นี้ มีเป้าหมายสำคัญ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub ตามนโยบายของ สธ.โดยเน้นการบูรณาการทรัพยากร ที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และการบริการด้านสุขภาพที่ได้มาตรฐาน

“เขตสุขภาพที่ 5 มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และศักยภาพในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ชายหาดที่สวยงามของ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด การเชื่อมโยงทรัพยากรเหล่านี้เข้ากับบริการทางการแพทย์และสุขภาพ ทำให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและส่งเสริมสุขภาพ” นายกิตติกร กล่าวและว่า นอกจากนี้ โครงการนี้ยังส่งเสริมการสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการในท้องถิ่น เช่น ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ สปา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ผลิตจากวัตถุดิบในท้องถิ่น โครงการ Wellcation เขตสุขภาพที่ 5 จึงไม่ได้เป็นเพียงการส่งเสริมผู้ประกอบการในท้องถิ่น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ได้ถือโอกาสเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ Wellcation “Line Bot Wellness Region 5” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 5
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า การพัฒนา Line Bot Wellness Region 5 นี้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกและเข้าถึงข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป Line Bot จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวด้านข้อมูลท่องเที่ยวและสุขภาพ เช่น ข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 5 รายชื่อสถานบริการด้านสุขภาพ ร้านอาหาร สปา หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ การจองบริการต่างๆ และการแจ้งเตือนกิจกรรมพิเศษ เชื่อมั่นว่า Line Bot จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของเขตสุขภาพที่ 5 ให้โดดเด่นในระดับประเทศ

นพ.วีรวุฒิ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนนโยบาย Medical & Wellness Hub ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในระดับนานาชาติ เขตสุขภาพที่ 5 ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดที่มีศักยภาพทางทรัพยากรและการบริการทางสุขภาพ มีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับโครงการนี้
“เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือ การสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ผสมผสานระหว่างบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เช่น การบริการทางการแพทย์ นวด สปา หรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ กับเสน่ห์ของการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ นอกจากนี้ โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยการเพิ่มโอกาสการจ้างงาน การสนับสนุนผู้ประกอบการในชุมชน และการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สุขภาพจากทรัพยากรท้องถิ่น เช่น ผลิตภัณฑ์จากน้ำตาลโตนดของเพชรบุรี สับปะรดจากประจวบคีรีขันธ์ หรือสมุนไพรไทย การดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากทั่วโลกจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ในท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นพ.วีรวุฒิ กล่าว

ด้านนายเลิศชัย กล่าวว่า เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเล แม่น้ำ และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากยูเนสโก ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Phetchaburi City of Gastronomy) เนื่องจากวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติอาหารที่โดดเด่น ซึ่งไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด แต่ยังเปิดโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โครงการนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ในเขตสุขภาพที่ 5 โดยเน้นการบูรณาการทรัพยากรที่มีอยู่เข้ากับการบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความผ่อนคลายและการส่งเสริมสุขภาพ
“คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มโอกาสการจ้างงานในท้องถิ่น ตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ สปา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพจากวัตถุดิบในท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังช่วยขยายตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก” นายเลิศชัย กล่าว

