‘พิพัฒน์’ ปลุกดูแลผู้สูงวัย พร้อมสวัสดิการเตรียมแรงงานชราบาล ส่งออกลูกจ้างไปญี่ปุ่น

20.12.24 | 15:03 น.

พิพัฒน์’ ปลุกดูแลผู้สูงวัย พร้อมสวัสดิการเตรียมแรงงานชราบาล ส่งออกลูกจ้างไปญี่ปุ่น

วันนี้ (20 ธันวาคม 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ศึกษาดูงานด้านการบริบาลผู้สูงอายุ และเยี่ยมผู้ฝึกปฏิบัติงาน/แรงงานทักษะเฉพาะชาวไทย จำนวน 16 คน ณ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ Nursing Care Insurance Facility Midori (Medical Corporation Midori-Kai)  ประกอบด้วย ผู้ฝึกปฏิบัติงานด้านเทคนิค 8 คน และแรงงานทักษะเฉพาะ 8 คน และ โรงพยาบาลชินคาวาบาชิ (Medical Corporation Meitokukai) ซึ่งรับผู้ฝึกงานและแรงงานทักษะเฉพาะจากประเทศไทยเพียงชาติเดียว และปัจจุบัน มีผู้ฝึกปฏิบัติงานไทยทำงานอยู่ จำนวน 5 คน ที่ประเทศญี่ปุ่น

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประมาณการความต้องการจ้างงานแรงงานทักษะเฉพาะในสาขาบริบาลดูแลผู้สูงอายุไว้ ประมาณ 135,000 คน  ซึ่งประสบกับการเข้าสังคมผู้สูงวัย เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีอัตราการเกิดต่ำและผู้สูงอายุมากขึ้น ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมแรงงานภาคบริบาลโดยให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาให้ได้มาตรฐานสากล โดยมาศึกษาที่ญี่ปุ่นเพื่อนำนวัตกรรม เทคโนโลยีมาปรับใช้ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะไปทำหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล เพื่อเตรียมแรงงานให้เพียงพอรองรับในอนาคต

Advertisement

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะได้พบปะให้กำลังใจพร้อมชมการทำงานของผู้ฝึกปฏิบัติงาน ณ แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ ที่สาธิตการใช้เครื่องยกผู้ป่วยจากรถเข็นไปยังอ่างอาบน้ำ และ การเปลี่ยนผ้าปูเตียงในห้องผู้ป่วย  โดยย้ำกับ Mr. Toru Utsumi (คุณโทรุ อุสึมิ) ประธานโรงพยาบาลชินคาวาบาชิ ว่า กระทรวงประเทศไทย ยินดีให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวก สนับสนุนด้านบุคลากร งานด้านบริบาล และด้านอื่นๆอย่างเต็มที่ โดยสามารถประสานกับสำนักงานแรงงานไทยในประเทศญี่ปุ่นได้ ซึ่งในอนาคตทราบว่า รพ.มีแผนการรับแรงงานไทย จำนวนปีละ 5 คน ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของแรงงานไทยที่จะได้มีโอกาสมาเรียนรู้ทักษะเทคโนโลยี การทำงานในประเทศญี่ปุ่น และนำกลับไปพัฒนาประเทศ ต่อไปได้

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงแรงงานยินดีสนับสนุนและให้ความร่วมมือ โดยกระทรวงแรงงานพร้อมกับทุกหน่วยงานในสังกัด จะพัฒนาทักษะแรงงาน และจัดส่งแรงงานเข้ามาทำงานได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งสามารถแจ้งเข้ามาที่กระทรวงแรงงานได้เลย รวมถึงสถานบริบาลในประเทศไทยด้วย เพื่อให้ความสำคัญและดูแลผู้สูงอายุ ทั้งการดูแลและสวัสดิการทางสังคม