ประกันสังคม โชว์ 6 ผลงานปี’67 จ่ายสิทธิประโยชน์ดูแลผู้ประกันตน 25 ล้านคน กว่า 1.14 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่สำนักงานประกันสังคม นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แถลงข่าวผลการดำเนินงานสำนักงานประกันสังคม ประจำปี 2567 โดยมีผู้บริหารสำนักงานประกันสังคมเข้าร่วมในกิจกรรม ว่า ในรอบปีที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมได้ขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบาย “หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นทักษะทันสมัย คนไทยมีงานทำ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เศรษฐกิจแรงงานไทยมั่นคง” โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนโยบายของ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตนในระบบกว่า 24.80 ล้านคน ประกอบด้วยมาตรา 33 จำนวน 12.07 ล้านคน มาตรา 39 จำนวน 1.72 ล้านคน มาตรา 40 จำนวน 11.01 ล้านคน โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม 7 กรณี แก่ผู้ประกันตนไปแล้ว จำนวน 112,829.93 ล้านบาท และกองทุนเงินทดแทน จำนวน 1,821.25 ล้านบาท รวมสิทธิประโยชน์จากทั้ง 2 กองทุน จำนวน 114,651.18 ล้านบาท ขณะที่ มีเงินลงทุนกองทุนประกันสังคม กว่า 2.6 ล้านล้านบาท กองทุนเงินทดแทนกว่า 81,538 ล้านบาท
นางมารศรี กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ ด้านที่ 1 เพิ่มสิทธิประโยชน์และการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ในประเด็นยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้ดำเนินการ 1.จัดทำโครงการ SSO 515 : 5 โรค 15 วัน เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วในการรับการรักษา 5 โรค ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง นิ่วในไตและถุงน้ำดี มะเร็งเต้านม ก้อนเนื้อที่มดลูกหรือรังไข่ โดยสามารถใช้สิทธิได้ที่โรงพยาบาลกว่า 76 แห่ง ผลการดำเนินงานปี 2567 ผู้ประกันตนเข้ารับการทำหัตถการแล้ว จำนวน 16,166 ราย 2.เพิ่มสิทธิประโยชน์และด้านบริการทางการแพทย์ อาทิ เพิ่มสิทธิผู้ป่วยโรคไต สามารถฟอกไตด้วยการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการล้างช่องท้องด้วยเครื่องล้างไตอัตโนมัติ (Automated Peritoneal Dialysis : APD), ปรับหลักเกณฑ์ การเตรียมหลอดเลือดหรือสายสวนหลอดเลือดสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยไม่ต้องสำรองจ่าย, เพิ่มสิทธิการตรวจ Sleep TEST และการรักษาด้วยเครื่อง CPAP, เพิ่มการรักษาด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ 3 รายการ ประกอบด้วย กะโหลกศีรษะเทียม การรักษาข้อเข่าเสื่อมด้วยพลาสมาคุณภาพสูง การผ่าตัดใส่ลูกตาเทียม 3.เพิ่มสิทธิการตรวจสุขภาพจากรายการตรวจพื้นฐาน 14 รายการ “รู้ทันโรค ด้วยการตรวจสุขภาพ” โดยตรวจสุขภาพเชิงรุกในสถานประกอบการและเขตชุมชน ดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. – 30 พ.ย. 67 มีผู้รับบริการ จำนวน 365,491 ราย
นางมารศรี กล่าวต่อว่า 4.เพิ่มการเข้าถึงกรณีทันตกรรม ให้ผู้ประกันตนได้รับบริการทันตกรรมด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่แบบเชิงรุกในสถานประกอบการ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 พฤศจิกายน 2567 มีผู้รับบริการ จำนวน 25,262 คน 5.ปรับเพิ่มค่ารักษาพยาบาล “กรณีเจ็บในงาน” ขั้นต้นให้กับลูกจ้าง โดยนายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เดิม วงเงินขั้นต้น 50,000 บาท ปรับเพิ่มเป็น 65,000 บาท 6.ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จากเดิม 800 บาท ปรับเพิ่มเป็น 1,000 บาท สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 6 ปี ครั้งละไม่เกิน 3 คน โดยสำนักงานประกันสังคมเสนอร่างกฎกระทรวงตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการของร่างกฎกระทรวงแล้ว และเมื่อกฎกระทรวงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรอัตรา 1,000 บาท ในเดือนมกราคม 2568 นี้ อย่างแน่นอน
“และสุดท้าย 7.โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ.2567 สำนักงานประกันสังคม ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธกส.) จัดทำโครงการขึ้นเพื่อลดภาระผู้ประกันตนทุกมาตรา โดยให้ผู้ประกันตน ในการกู้ซื้อที่อยู่อาศัย กู้สร้างที่อยู่อาศัย กู้ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ภายในวงเงินต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท ขณะนี้มีผู้ประกันตนได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารแล้ว 762 ราย เป็นเงิน 1,238.06 ล้านบาท” นางมารศรีกล่าว
เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ด้านที่ 2 เพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการของสำนักงานประกันสังคม ขยายบริการด้านการรับ – จ่ายเงิน ดังนี้ เพิ่มช่องทางการรับชำระเงินมาตรา 39 และ 40 ผ่านแอพพลิเคชั่น และ เพิ่มบริการผู้ประกันตน ผ่านแอพพ์ “SSO Plus” ปัจจุบันมียอดการดาวน์โหลดสะสม จำนวน 3.8 ล้านครั้ง ด้านที่ 3 ขยายความคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ดังนี้ 1.จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อโครงการ SSO MARKET 2024 มีผู้ประกันตนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานและนิทรรศการกว่า 65,000 คน 2.จัดโครงการ “ครอบครัวคุณ ครอบครัวเรา ครอบครัวประกันสังคม ครอบครัวเดียวกัน” มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการ 167 แห่ง ครอบครัวพนักงานได้รับหลักประกันแล้วกว่า 2,636 คน 3.สร้างหลักประกันสังคมให้กับแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศในมาตรา 40 4.ประกันสังคมทั่วไทยสู่แรงงานภาคอิสระ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40 ในระดับภูมิภาค 5.บูรณาการความร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลง กับกรมการขนส่งทางบก และการยางแห่งประเทศไทยสร้างการรับรู้และเข้าถึงความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40 ให้กับผู้ขอใบอนุญาตขับรถประกอบอาชีพอิสระ และเกษตรกรชาวสวนยาง มีหลักประกันความมั่นคงทางสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดี
นางมารศรีกล่าวว่า ด้านที่ 4 สร้างการรับรู้งานประกันสังคมแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการจัดประชุมวิชาการประกันสังคม ในหัวข้อ “SSO Sustainable for All เพราะกองทุนประกันสังคมเป็นของพวกเราทุกคน” ด้านที่ 5 มาตรการในการให้ความช่วยเหลือนายจ้างและผู้ประกันตนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เดิม 55 จังหวัด และเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม มีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพิ่มเติม จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี และพัทลุง ด้วยการลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 5% ลดเหลือ 3% ผู้ประกันตนมาตรา 39 จาก 9% (432 บาท) ลดเหลือ 5.9% (283 บาท) เป็นระยะเวลา 6 เดือนตั้งแต่งวดเดือนตุลาคม 2567 ถึงงวดเดือนมีนาคม 2568 และขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายการแสดงการนำส่งเงินสมทบ และการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 งวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2567 ออกไปอีก 3 เดือน ขณะนี้ อยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงนามในประกาศกระทรวงแรงงาน ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
“ขณะที่ 3 จังหวัดที่เพิ่มมานั้น จะลดอัตราเงินสมทบเป็นระยะเวลา 6 เดือนตั้งแต่งวดเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงงวดเดือนเมษายน 2568 และขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายการแสดงการนำส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 งวดเดือนพฤศจิกายน 2567 – กุมภาพันธ์ 2568 ออกไปอีก 3 เดือน ขณะนี้ คณะกรรมการประกันสังคมได้เห็นชอบในหลักการ และอยู่ระหว่างกระบวนการตามขั้นตอนทางกฎหมาย” เลขาธิการสปส.กล่าว
นางมารศรีกล่าวว่า ด้านที่ 6 รางวัลแห่งความสำเร็จ ในปี 2567 สำนักงานประกันสังคมคว้ารางวัลในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ได้แก่ รางวัลศูนย์ราชการสะดวก (GECC) โดยได้รับรางวัลถึง 12 หน่วยงาน, รางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ระดับกรม ประจำปี 2567, รางวัลจากสมาคมการประกันสังคมระหว่างประเทศ (International Social Security Association: ISSA) จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ 1.การเข้ารับบริการทันตกรรมของผู้ประกันตนโดยไม่ต้องสำรองจ่าย 2.การลงทุนทางสังคมของสำนักงานประกันสังคมประเทศไทย 3.การตรวจสุขภาพเชิงรุก และรางวัล ASSA Recognition Award สาขา Customer Service เรื่อง การให้บริการทางการแพทย์เชิงรุก
เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ตนในนามของเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมขับเคลื่อนงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนงานตามนโยบาย พัฒนาคนให้เก่งดี นำไอทีประยุกต์ใช้ สื่อสารทั่วถึงฉับไว กฎหมายทันสมัยทันเวลา” โดยมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยในทุกมิติท่ามกลางความสำเร็จในปี 2567 และความมุ่งมั่นเดินหน้าสู่ปี 2568 เพื่อพัฒนาระบบประกันสังคมให้ทันสมัยและยั่งยืน

