กรมอุทยานฯ เตรียมขอรับการสนับสนุนอาวุธปืน เสริมประสิทธิภาพงานด้านป้องกัน รับมือขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ค้าสัตว์ หลังพบกลุ่มผู้กระทำผิดใช้อาวุธทันสมัยมากขึ้น
วันที่ 27 ธันวาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานฯ มีภารกิจสำคัญในดูแล อนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งนี้ภารกิจในการป้องกันปราบปรามและลาดตระเวน ถือเป็นภารกิจสำคัญในการป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าเก็บหาของป่า และการลักลอบบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า รวมถึงการลักลอบค้าสัตว์ป่าทั้งในประเทศและข้ามชาติ

“จากสถานการณ์การบุกรุกพื้นที่ป่ามีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการลักลอบตัดไม้พะยูง ไม้มีค่า และไม้กฤษณา ซึ่งขบวนการเหล่านี้ได้นำกองกำลังติดอาวุธสงครามเข้ามาคุ้มกันการตัดไม้ตามแนวชายแดน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง เนื่องจากอาวุธที่มีอยู่ ส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนลูกซองยาว มีประสิทธิภาพต่ำ ไม่ทัดเทียมกับอาวุธปืนของกลุ่มขบวนการกระทำผิด ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่และความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน กรมอุทยานฯ ได้เตรียมขอรับการสนับสนุนอาวุธปืนที่ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแนวชายแดน”นายอรรถพล กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 กรมอุทยานได้ตั้งงบประมาณขอซื้อปืน ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับปืนที่ขบวนการลักลอบตัดไม้และ ลักลอบล่าสัตว์ใช้ โดยจะซื้อเป็น ปืนเล็กยาว กระสุน 5.56 มม.หรือ ลูกซอง ออร์โต 9 มม. ที่สามารถยิงรัวได้ คุณสมบัติเทียบเท่ากับปืนเอ็ม 16 ราคากระบอกหนึ่งไม่เกิน 1 แสนบาท เบื้องต้นใช้สำหรับชุดลาดตระเวน 880 กระบอก ซึ่ง ปัจจุบันมีชุดลาดตระเวน 1,328 ชุด เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน จำนวน 8,663 นาย ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์กว่า 70 ล้านไร่ทั่วประเทศ หรือประมาณ 1 แสนตารางกิโลเมตร
“การขอซื้อปืนครั้งนี้ ไม่ใช่ว่า เราจะเอาไปไล่ยิงใคร แต่เพื่อความอุ่นใจของเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติงานในป่า เพื่อความอุ่นใจ เพราะปัจจุบัน เรามีแต่เพียงปืนเอชเคเก่าๆและ ปืนลูกซองเก่าๆ ซึ่งประสิทธิภาพ เมื่อเอาไปเทียบเคียงกับปืนของผู้บุกรุกแล้ว เทียบกันไม่ได้เลย”นายอรรถพล กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า การเตรียมขอรับการสนับสนุนอาวุธปืนครั้งนี้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการยกระดับมาตรฐานการป้องกันรักษาป่าของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนอาวุธปืนที่มีประสิทธิภาพจะส่งมอบอาวุธปืนไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าในพื้นที่เสี่ยงเพื่อการปฏิบัติงานด้านการป้องกันที่สำคัญต่อการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

