เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีมีข้อกังวลว่าจะมีโรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ให้แรงงานข้ามชาติ โดยไม่มีการตรวจสุขภาพจริง นั้น ตนได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เฝ้าระวัง และกวดขันตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชนอย่างใกล้ชิด ซึ่ง สบส.ขอเน้นย้ำว่า สถานพยาบาลที่ออกใบรับรองแพทย์โดยไม่มีการตรวจสุขภาพจริง หรือไม่ตรงกับความเป็นจริง เข้าข่ายเป็นการออกใบรับรองแพทย์เท็จ นอกจากจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในหมู่มากจากการแพร่กระจายของโรคระบาด จึงขอย้ำเตือนให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทุกแห่ง ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยปละละเลยให้มีการออกใบรับรองแพทย์เท็จ
ดร.นพ.ภานุวัฒน์ กล่าวว่า หากสถานพยาบาลใดมีการออกใบรับรองแพทย์เท็จ จะถือว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานจัดทำเอกสารแสดงผลการรักษาพยาบาลเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 73
ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า เพื่อให้การตรวจสุขภาพคนต่างด้าวเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน อันจะเป็นการควบคุม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ สถานพยาบาลที่ประสงค์จะให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว จะต้องขออนุญาตให้บริการเพิ่มเติม จาก สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ และจะต้องจัดบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว พ.ศ.2567 กำหนด ทั้งนี้ ในกรณีออกตรวจสุขภาพคนต่างด้าวนอกสถานที่ตั้ง จะต้องแจ้งรายละเอียดต่อผู้อนุญาตก่อนวันออกให้บริการไม่น้อยกว่าสิบวัน ตามแบบ สพ.ต.1 และกรณีที่ผลการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว ปรากฏเป็นโรคต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ สถานพยาบาลต้องรายงานผลการตรวจไปยังหน่วยงานของรัฐตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ด้วย หากฝ่าฝืนจะถือว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 35 (4) ประกอบ มาตรา 65 และอาจมีมาตรการทางปกครอง โดยอาจสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวได้

