เปิดวิธีเช็กอาการ Burnout และ Depression ว่าเป็นภาวะเครียดจากงาน หรือ ซึมเศร้า
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเครียดจากการทำงานและความกดดันในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจรู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง หรือไม่อยากทำอะไรเลย จนอาจสับสนว่าตนเองกำลังเผชิญกับ Burnout Syndrome หรือภาวะซึมเศร้า (Depression) ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตและการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ทางโรงพยาบาล BMHH ได้อธิบายเรื่องดังกล่าวไว้ว่า
Burnout กับ ซึมเศร้า : แตกต่างกันอย่างไร?
ทั้ง Burnout Syndrome และภาวะซึมเศร้า (Depression) มีอาการบางอย่างที่คล้ายกัน เช่น ความรู้สึกเหนื่อยล้า หดหู่ และหมดไฟ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองสภาวะนี้มีลักษณะและสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้:
1.Burnout Syndrome (ภาวะหมดไฟจากการทำงาน)
· สาเหตุ : เกิดจากความเครียดสะสมจากการทำงานหนัก ความกดดันจากภาระงาน และการขาดสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน
· อาการ : มักจะเกิดขึ้นเฉพาะในแง่ของการทำงาน เช่น รู้สึกหมดไฟจากการทำงาน อารมณ์หงุดหงิดง่าย รู้สึกห่างเหินจากเพื่อนร่วมงาน หรือรู้สึกว่าไม่สามารถทำงานให้สำเร็จได้
· การฟื้นตัว : เมื่อได้หยุดพักและเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานหรือการใช้ชีวิตกลับมาสมดุล อาการจะดีขึ้น
2.ภาวะซึมเศร้า (Depression)
· สาเหตุ : อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงในชีวิต หรือความเครียดเรื้อรังที่มีผลต่อสมองและอารมณ์
· อาการ : ความรู้สึกหดหู่ ไม่มีความสุขในกิจกรรมที่เคยชอบ รู้สึกตัวเองไร้ค่า ขาดแรงบันดาลใจ และอาจมีอาการทางกาย เช่น การนอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป และอาจมีความคิดฆ่าตัวตาย
· การฟื้นตัว : การรักษาผ่านการบำบัดทางจิตใจ (เช่น CBT) หรือการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เป็นวิธีที่ช่วยฟื้นฟูภาวะซึมเศร้าได้
วิธีเช็กว่าเป็น Burnout หรือซึมเศร้า?
หลายครั้งที่อาการของ Burnout และซึมเศร้า อาจดูเหมือนกัน แต่มีลักษณะที่ต่างกันในรายละเอียด นี่คือวิธีเช็กเบื้องต้นว่าอาการที่คุณกำลังเผชิญอยู่เป็น Burnout หรือซึมเศร้า:
เช็กอาการ Burnout :
1.รู้สึกเหนื่อยล้าเฉพาะกับงาน: คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรงทำงานและหมดไฟในการทำงานมากขึ้น แต่ยังคงสามารถสนุกกับกิจกรรมอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว หรือการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้
2.อารมณ์แปรปรวนเฉพาะในที่ทำงาน: รู้สึกหงุดหงิด หรือเครียดเฉพาะในที่ทำงาน และอาจมีความรู้สึกไม่พอใจในภาระงานที่ทำ
3.ความสัมพันธ์ในที่ทำงานเริ่มมีปัญหา: คุณรู้สึกห่างเหินจากเพื่อนร่วมงาน และเริ่มรู้สึกขัดแย้งภายในองค์กรที่ทำงาน
4.อาการดีขึ้นเมื่อหยุดพัก: เมื่อคุณหยุดงาน หรือได้พักผ่อนเป็นเวลานาน อาการจะดีขึ้นและสามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เช็กอาการซึมเศร้า :
1.รู้สึกหดหู่ตลอดเวลา : คุณรู้สึกหดหู่ อ่อนล้า และไม่มีความสุขแม้จะทำกิจกรรมที่เคยชอบ
2.ขาดแรงบันดาลใจและความสนใจ : ไม่อยากทำกิจกรรมอะไรเลย รวมถึงการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
3.มีความคิดลบและรู้สึกไร้ค่า : คุณอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า หรือรู้สึกผิดทุกเรื่อง อาจมีความคิดฆ่าตัวตาย
4.มีอาการทางกาย : อาการนอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป ปวดศีรษะ หรือรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา แม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมที่หนักหน่วง
การแยกแยะระหว่าง Burnout Syndrome และภาวะซึมเศร้า เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพจิตของคุณ หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า หมดไฟ หรือท้อแท้ การรับฟังร่างกายและอารมณ์ของตัวเองอย่างใส่ใจ พร้อมกับการหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถช่วยให้คุณฟื้นฟูและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสมดุลอีกครั้ง

