สธ.เตือนนักดื่มซดเหล้าแข่งช่วงปีใหม่เสี่ยงตายได้ นักกฎหมายเผยคนจ้างอาจติดคุก10ปี

28.12.24 | 11:44 น.

สธ.เตือนนักดื่มซดเหล้าแข่งช่วงปีใหม่เสี่ยงตายได้ นักกฎหมายเผยคนจ้างอาจติดคุก10ปี

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงประเด็นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และระยะเวลาอันสั้นนั้น อาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ (Alcohol intoxication) ตับไม่สามารถขับสารนี้ออกจากเลือดได้ทัน ระบบการทำงานของร่างกายรวนจนเกิดภาวะช็อกที่เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นสารที่ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางคล้ายยากดประสาท ซึ่งฤทธิ์นี้จะขึ้นโดยตรงกับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ได้รับ เช่น การดื่มเหล้าหมดทีเดียว 1 ขวด จะทำให้แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เสี่ยงต่อการสำลัก อาเจียน หายใจไม่ออก หยุดหายใจ หมดสติ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตจากการได้รับแอลกอฮอล์เกินขนาด โดยทั่วไป นักดื่มมักจะค่อยๆ ดื่ม จะเป็นการเปิดโอกาสให้ร่างกายได้ค่อยๆ ขับแอลกอฮอล์ออกจากกระแสเลือด ทำให้แอลกอฮอล์ไม่คั่งอยู่ในร่างกายของผู้ที่ดื่มมากนัก

นพ.ภาณุมาศกล่าวว่า กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ประชาชนควรระมัดระวังในการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ อาจมีการจัดโปรโมชั่นที่เกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ การจัดการแข่งขันดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปรวดเดียว ทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ก่อให้เกิดการกดระบบประสาทส่วนกลางได้ รวมถึงอาจสำลัก อาเจียน หายใจไม่ออก หยุดหายใจ หมดสติ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งการดูดซึมของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน เหล้าแต่ละชนิดก็ไม่เหมือนกัน แต่สามารถป้องกันได้โดยการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตามไม่ควรดื่มเกินลิมิตของตนเอง เพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้โทษมากกว่าคุณประโยชน์ ทั้งนี้ หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายสามารถร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ TAS โดยสามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ http://tas.go.th หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ด้าน นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า การดื่มช่วงแรกระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจะอยู่ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และพฤติกรรมรุนแรง และถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผู้ดื่มจะเกิดอาการสับสน พูดไม่รู้เรื่อง ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผู้ดื่มจะมีอาการง่วง มึนงง และซึม ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เทียบได้กับการดื่มเหล้าขาว หรือเหล้าสี ปริมาณ 1.5-2 แบน หรือ 3 ใน 4 ของขวดเหล้า ผู้ดื่มจะเกิดอาการสำลัก อาเจียน หยุดหายใจ หมดสติ อาจถึงขั้นเสียชีวิต และปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่สูงระดับนี้ สามารถกดสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ และการรู้สึกตัวของผู้ที่ดื่มได้ ดังนั้น การดื่มเบียร์ เหล้า หรือไวน์ปริมาณมาก ในระยะเวลาอันสั้น จึงอาจทำให้ผู้ดื่มหมดสติ ชีพจรช้าลงการหายใจแย่ลง จนถึงหยุดหายใจอันตรายต่อชีวิตได้

ขณะที่ นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ทนายความเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสังคม ให้ข้อมูลด้านกฎหมายกรณีที่มีการจูงใจให้ดื่มแอลกอฮอล์ว่า ผู้จ้างให้ดื่มอาจจะเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หากเป็นการให้เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า หวังให้มียอดไลค์ ยอดแชร์จากการทำคอนเทนต์ อาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ในหลายมาตรา อาทิ มาตรา 29 ห้ามขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 30 ว่าด้วยการห้ามส่งเสริมการขาย โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งต้องดูว่ามีประโยชน์ทางการค้าด้วยหรือไม่

Advertisement