โป่งเทียมภูกระดึง ดึงดูดโขลงช้างป่า 9 ตัว มาใช้ประโยชน์ สะท้อนการจัดการได้ผล

29.12.24 | 16:02 น.

โป่งเทียมภูกระดึง ดึงดูดโขลงช้างป่า 9 ตัว มาใช้ประโยชน์ สะท้อนการจัดการได้ผล

วันที่ 29 ธันวาคม ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีมาตรการดูแลช้างป่าบนภูกระดึงโดยการจัดทำโป่งเทียม เพื่อเป็นแหล่งแร่ธาตุและดึงดูดช้างป่าให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวงและอุทยานแห่งชาติภูกระดึง หลังพบโขลงช้างป่าจำนวน 9 ตัว เข้ามาใช้ประโยชน์จากโป่งเทียมที่สร้างเพียง 7 วันหลังการจัดทำโป่งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567​ ที่ผ่านมา

นายจิรชัย อาคะจักร หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง รายงานว่า จากการติดตามผลการดำเนินงานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 โขลงช้างที่พบประกอบด้วยสมาชิก 10 ชีวิต ประกอบด้วย ช้างเพศเมียเต็มวัย 5 ตัว ช้างวัยรุ่น 1 ตัว ลูกช้างโต 2 ตัว และลูกช้างขนาดเล็ก 2 ตัว เข้ามาใช้ประโยชน์จากโป่งเทียมที่ 1 แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างอายุของช้างป่า(สมาชิกครอบครัว) โดยมีแม่ช้างผู้นำฝูงที่เรียกว่า “แม่แปรก” ซึ่งเป็นช้างเพศเมียที่มีประสบการณ์สูง นำพาฝูงมาใช้ประโยชน์จากโป่งเทียม พร้อมด้วยช้างเพศเมียเต็มวัยอีก 4 ตัว ที่คอยดูแลลูกช้างในโขลง

โขลงช้างใช้เวลาอยู่ในบริเวณโป่งประมาณ 31 นาที ที่น่าสนใจคือในโขลงมีแม่ช้างที่อยู่ในช่วงให้นมลูก 2 ตัว และพบแม่ช้างอย่างน้อย 3 ตัวที่มีงา​ซึ่งถือว่าหายากในปัจจุบัน​ รวมถึงลูกช้างโต 1 ตัว ที่มีงาหวายขนาดประมาณ 25-30 เซนติเมตร​ แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของประชากรช้างป่าในพื้นที่​ จากการสำรวจพบว่า ช้างโขลงนี้เดินทางมาจากบริเวณโป่งที่ 2 แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากโป่งดังกล่าว และมุ่งหน้ามายังโป่งที่ 1 ซึ่งอาจเป็นเพราะองค์ประกอบของแร่ธาตุที่ตรงกับความต้องการของพวกมันมากกว่า​ โดยพืชอาหารหลักของช้างในพื้นที่ประกอบด้วยไผ่และหญ้า โขลงใช้เวลาที่โป่งนานถึง 31 นาที แสดงให้เห็นว่าพวกมันรู้สึกปลอดภัยและพอใจกับแหล่งแร่ธาตุที่จัดเตรียมไว้

Advertisement

นอกจากนี้ ยังพบว่าโขลงช้างมีการจัดลำดับการเข้าใช้โป่งอย่างเป็นระบบ โดยแม่ช้างผู้นำจะเข้าตรวจสอบความปลอดภัยก่อน ตามด้วยแม่ช้างที่มีลูกอ่อน และปิดท้ายด้วยช้างวัยรุ่นและลูกช้างโต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระบบสังคมที่ซับซ้อนและการดูแลซึ่งกันและกันในฝูงช้างป่า

“ความสำเร็จในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และการดูแลประชากรช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง​ ซึ่งจะช่วยในการอนุรักษ์และการศึกษาพฤติกรรมของช้างป่าในระยะยาว การดำเนินการดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการจัดการและอนุรักษ์ช้างป่า​ สอดคล้องกับนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรช้างป่าของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”นายจิรชัย กล่าว