รพ.มะเร็งลำปางบริการเชิงรุกให้ความรู้ป้องกัน PM 2.5 -สมุนไพรต้านโรค
วันนี้ (3 มกราคม 2568) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลองค์การอนามัยโลกปี 2564 ระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิต 10 อันดับแรกที่มีการเสียชีวิตมากที่สุดเป็นโรคเกี่ยวกับปอดและมะเร็งปอด โดยติดอยู่อันดับ 6 ของการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยพบว่า มะเร็งปอดพบมากเป็นอันดับ 2 ในเพศชาย และอันดับ 4 ในเพศหญิง และในภาคเหนือ พบว่า มีอุบัติการณ์มากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย 33.1 ต่อแสนประชากร และเพศหญิง 19.9 ต่อแสนประชากร

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ มะเร็งปอดยังเป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการสูญเสียประชากรก่อนวัยอันควร และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนมาก กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาล (รพ.) มะเร็งลำปาง จึงจัดกิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับ PM 2.5 และความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต้านมะเร็งร่วมกับหน่วยงานราชการใน จ.ลำปาง ในโครงการจังหวัดลำปางเคลื่อนที่ เพื่อให้บริการเชิงรุกของหลากหลายภาคส่วนแก่ประชาชน สามารถให้บริการได้อย่างสะดวกแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ชุมชน

นพ.รวินท์ อิงศิโรรัตน์ ผู้อำนวยการ รพ.มะเร็งลำปาง กล่าวว่า รพ.มะเร็งลำปาง นำโดย พญ.ณภัสนันท์ เจริญทรัพย์ ประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสุขภาพและทำงานร่วมกับชุมชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รพ.มะเร็งลำปาง ร่วมโครงการจังหวัดลำปางเคลื่อนที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยจัดกิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับ PM 2.5 และให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต้านมะเร็ง ร่วมกับ หน่วยทีมแพทย์อาสาเคลื่อนที่ พอ.สว. เพื่อประชาชนที่ด้อยโอกาส ภายในงานมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 53 คน มีการตรวจรักษาและดูแลรักษาสุขภาพที่จำเป็นให้กับประชาชน มีบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป วัดความดันโลหิต บริการทันตกรรม บริการแพทย์แผนไทย ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม เป็นต้น
“กิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เป็นการร่วมสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้ทำการตรวจรักษาโรค และรับการบริการด้านทันตกรรม ให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลสถานพยาบาลได้เข้าถึงการบริการทางการแพทย์ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ร่วมในโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จ.ลำปางในครั้งนี้” นพ.รวินท์ กล่าว

