สปสช.เผยคลินิกเอกชนทั่วไทยร่วมบริการทันตกรรม 1,394 แห่ง พร้อมดูแลสุขภาพช่องปากสิทธิบัตรทอง
วันนี้ (6 มกราคม 2568) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงการให้บริการสิทธิประโยชน์ทันตกรรมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดย “หน่วยบริการนวัตกรรมคลินิกทันตกรรมเอกชน” ว่า จากข้อมูลการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการของ สปสช. ณ วันที่ 6 มกราคม 2568 มีคลินิกทันตกรรมที่ร่วมขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการนวัตกรรมแล้ว จำนวน 1,394 แห่ง ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนในการใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับบริการอย่างมาก โดยปีงบประมาณ 2567 – 2568 ณ วันที่ 6 มกราคม 2568 มีผู้เข้ารับบริการ จำนวน 368,870 คน เป็นจำนวน 666,664 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงบริการทันตกรรมในระบบบัตรทองที่เพิ่มขึ้น

“เป็นผลมาจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิบัตรทองได้โดยสะดวก รวดเร็ว และใกล้บ้านได้ ซึ่งแต่เดิมแม้ว่าภายใต้ระบบบัตรทองจะมีชุดสิทธิประโยชน์บริการทันตกรรมที่ครอบคลุมให้กับประชาชนแล้ว ทั้งการสร้างเสริมป้องกัน การรักษา และฟื้นฟูสุขภาพช่องปากและฟัน พร้อมจัดสรรงบประมาณรองรับเบิกจ่ายค่าบริการ แต่ที่ผ่านมาพบว่า การใช้บริการของประชาชนยังมีไม่มาก ด้วยข้อจำกัดที่มีเพียงแต่หน่วยบริการของรัฐเท่านั้น ที่ให้บริการทันตกรรมกับผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ทำให้มีคิวรอบริการยาวเหยียด บางแห่งต้องรอคิวข้ามปีกันเลยทีเดียว ขณะที่มีคลินิกทันตกรรมเอกชนกระจายอยู่ทั่วประเทศเกือบ 7,000 แห่ง สามารถให้บริการประชาชนได้เหมือนกัน โดยที่รัฐไม่ต้องลงทุนสร้างโรงพยาบาล (รพ.) เพิ่มเติมแต่อย่างใด” ทพ.อรรถพร กล่าว

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สปสช.จึงได้ร่วมมือกับทันตแพทยสภา เชิญชวนคลินิกทันตกรรมเอกชน มาร่วมให้บริการทันตกรรมตามแนวทางเน้นการรักษาดูแลต่อเนื่องแบบปฐมภูมิ ทั้งการรักษาและการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากปีละ 3 ครั้ง โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากประชาชน ซึ่งตลอดระยะเวลาของการดำเนินการตามแผนขับเคลื่อน 30 บาทรักษาทุกที่ทั้ง 4 ระยะ ทันตแพทยสภาได้ร่วมกับ สปสช. ชี้แจงและทำความเข้าใจกับคลินิกทันตกรรมเอกชนต่างๆ เพื่อให้ความมั่นใจต่อการเข้าร่วมให้บริการในระบบ ทั้งรายการการให้บริการ การยืนยันตัวตนใช้สิทธิ การเบิกจ่าย และการจัดทำระบบและการเชอมต่อข้อมูลต่างๆ

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ร่วมลงพื้นที่ไปยังคลินิกทันตกรรมในจังหวัดต่างๆ ที่เข้าร่วม อาทิ คลินิกทันตกรรมกู๊ด ฟ. ฟัน จ.เชียงใหม่ คลินิกทันตกรรม ซี สไมล์พลัส อ.เมือง จ.ลำพูน ไอสมายล์คลินิกทันตกรรม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ และ คลินิกทันตกรรมทีสมายล์ จ.น่าน เป็นต้น ไม่เพียงแต่ติดตามการให้บริการผู้ใช้สิทธิบัตรทองตามคุณภาพและมาตรฐานแล้ว ยังได้รับทราบและแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ กับผู้ประกอบการคลินิก ทันตแพทย์ และเจ้าหน้าที่คลินิก ที่ให้บริการ รวมถึงการสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่มารับบริการ ก็ได้รับคำตอบว่ามีความพึงพอใจมาก เพราะได้ใช้สิทธิบัตรทองทำฟัน ใช้เวลาน้อย ไม่ต้องรอคิวนานที่โรงพยาบาลเหมือนแต่ก่อน และไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้มีประชาชนใช้บริการแล้วจำนวนมาก

“ในการพบทันตแพทย์ครั้งแรกนั้น หมอฟันจะทำการตรวจสุขภาพช่องปากก่อน เพื่อประเมินความเสี่ยงฟันผุ และปัญหาต่างๆ ภายในช่องปาก จากนั้น จะรักษาตามอาการที่พบ โดยการให้บริการนั้น จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ ย้ำว่าไม่จำกัดว่าจะต้องรักษาเพียงรายการเดียว หรืออุดฟันได้เพียงซี่เดียวต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและสภาพฟันแต่ละซี่ ที่สำคัญจะมีการให้คำแนะนำวิธีและขั้นตอนการดูแลรักษาฟันและสุขภาพช่องปากเพื่อให้สามารถดูแลได้อย่างถูกต้อง นำไปสู่การมีสุขภาพฟันและช่องปากที่ดีต่อไปด้วย” ทพ.อรรถพร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสิทธิประโยชน์บัตรทอง รายการบริการทันตกรรมที่คลินิกทันตกรรม มี 6 รายการ ดังนี้ 1.ตรวจสุขภาพช่องปาก 2.ขูดหินปูน 3.อุดฟัน 4.ถอนฟัน 5.เคลือบหลุมร่องฟัน และ 6.เคลือบฟลูออไรด์ โดยสามารถเข้ารับบริการได้คนละ 3 ครั้งต่อปี หากใช้สิทธิครบแล้วผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ หรือกรณีที่มีภาวะรุนแรงและต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล ก็ส่งต่อไปรับบริการต่อไป

