กรมควบคุมโรค ติดตามเคสกิน ‘หมูดิบ’ งานบุญปีใหม่ ตาย1 โคม่า 1
เมื่อวันที่ 7 มกราคม นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีชาวบ้านกินหมูดิบงานบุญปีใหม่เสียชีวิต 1 ราย และป่วยอีกหลายรายว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนโรค ในพื้นที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พบชาวบ้านที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งผู้ที่รับประทานเนื้อหมูสด ก้อยหมูดิบในงาน รวมถึงชำแหละเนื้อหมู และทำอาหารสัมผัสกับหมูสด-เลือดหมู มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ที่มีอาการโคม่า 1 ราย โดยในส่วนที่เหลือที่ยังไม่มีอาการ ก็ต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยสถานการณ์โรคไข้หูดับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 – วันที่ 5 มกราคม 2568 จากรายงานโรคในระบบเฝ้าระวัง 506 โดยกองระบาดวิทยา พบผู้ป่วย 956 ราย เสียชีวิต 59 ราย ผู้ป่วยมีอัตราส่วนเพศชายมากกว่าเพศหญิง (1 : 0.55) ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน ได้แก่ ผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี รองลงมาคืออายุ 55-64 ปี และ 45-54 ปี ตามลำดับ ภูมิภาคที่มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ผู้ป่วยเสียชีวิตทุกรายมีปัจจัยเสี่ยง คือ กินเนื้อหมู เครื่องใน เลือด และผลิตภัณฑ์จากหมูแบบดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ (ร้อยละ 56) และกลุ่มที่สัมผัสหมูโดยตรง (ร้อยละ 8) ทั้งนี้ ผู้ป่วยเสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวเช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ เป็นต้น
“ขอย้ำเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการกินหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เพราะหากติดเชื้อโรคไข้หมูดิบแล้ว อาจทำให้สูญเสียการได้ยิน หรือที่เรียกว่าหูดับ จนถึงขั้นหูหนวกถาวร หรือเสียชีวิตได้” นพ.ภาณุมาศ กล่าวและว่า
โรคไข้หมูดิบเกิดจากการกินเนื้อหมู หรือเลือดหมูสุกๆ ดิบๆ ที่มีเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ปนเปื้อน โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และเลือดของหมูที่กำลังป่วย สามารถติดต่อผ่านทางทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา หรือการสัมผัสเลือดของหมูที่กำลังป่วย เมื่อได้รับเชื้อประมาณ 1-14 วัน ผู้ติดเชื้อจะมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง สูญเสียการได้ยิน ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้
นพ.ภานุมาศกล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการป้องกันโรคไข้หมูดิบ คือ 1.รับประทานเนื้อหมู หรือเลือดหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น ผ่านความร้อนอย่างน้อย 60-70 องศาเซลเซียส ในเวลา 10 นาที เป็นอย่างต่ำ 2.อาหารปิ้งย่าง ควรแยกอุปกรณ์ที่ใช้คีบเนื้อหมูดิบและสุกออกจากกัน และขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” 3.ไม่ใช้เขียงของดิบและของสุก ผัก หรือผลไม้ร่วมกัน
4.เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ ไม่ควรซื้อจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มาของหมู ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ 5.ไม่สัมผัสเนื้อหมูและเลือดดิบด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ขณะทำงานควรสวมรองเท้าบู๊ตยาง และสวมถุงมือ หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสหมูทุกครั้ง
6.หากมีอาการป่วย สงสัยโรคไข้หมูดิบ โดยมีไข้สูง ปวดศีรษะ ร่วมกับประวัติเสี่ยง ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที แจ้งประวัติการกินหมูดิบและสัมผัสเนื้อหมูดิบให้ทราบ
ทั้งนี้ หากมาพบแพทย์และวินิจฉัยได้เร็ว ได้รับยาปฏิชีวนะเร็ว จะช่วยลดอัตราการเกิดหูหนวกและการเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อจะมีอาการป่วยรุนแรง เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ได้แก่ ผู้ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422


