กรมแพทย์เตรียมพร้อม รพ.-คลินิกมลพิษออนไลน์รับมือ ฝุ่น PM 2.5

7.01.25 | 16:04 น.

กรมแพทย์เตรียมพร้อม รพ.-คลินิกมลพิษออนไลน์รับมือ ฝุ่น PM 2.5

วันนี้ (7 มกราคม 2568) นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาล และ สธ.ให้ความสำคัญกับการปัญหาฝุ่น PM 2.5 กรมการแพทย์จึงได้เตรียมความพร้อมสถานพยาบาลและคลินิกโรคทางเดินหายใจ และคลินิกมลพิษ ซึ่งโรงพยาบาล (รพ.) นพรัตนราชธานี จได้จัดตั้งคลินิกมลพิษเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนและตอบสนองนโยบาย สธ. เป็นคลินิกเฉพาะทางที่เน้นการทำงานด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ประเมินสถานการณ์มลพิษ ประเมินจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคจากมลพิษทางอากาศ ใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ในการออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดการเจ็บป่วยของประชาชน ควบคู่กับการรักษาและดูแลผู้ป่วย ที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตปกติ คลินิกมลพิษมีการให้ข้อมูลและประเมินสภาวะสุขภาพ รวมถึงติดตามผู้ป่วยเป็นระยะ เช่น ระยะเวลาในการได้รับมลพิษ การใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ความรู้เรื่องโรคที่เกี่ยวข้องที่สามารถเกิดขึ้นได้

“นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเครือข่ายคลินิกมลพิษที่ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ และได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานของคลินิกมลพิษ การให้คำแนะนำ รวมทั้งจัดตั้งคลินิกมลพิษออนไลน์ www.pollutionclinic.com เพื่อให้ประชาชนได้ประเมินอาการที่เกิดขึ้นกับตัวเองผ่านระบบออนไลน์ และการสร้างความรอบรู้สุขภาพด้านฝุ่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และหากพบว่ามีอาการความรุนแรงสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ในคลินิกออนไลน์หรือส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในคลินิกมลพิษใกล้บ้านได้ ปัจจุบันมีคลินิกมลพิษ จำนวน 81 แห่ง และคลินิกมลพิษออนไลน์ จำนวน 158 แห่ง ครอบคลุม 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ซึ่งในปี 2567 พบผู้ป่วยที่เข้าปรึกษาในคลินิกมลพิษออนไลน์ ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ คิดเป็น ร้อยละ 58 รองลงมา คือ โรคตา ร้อยละ 42 และโรคผิวหนัง ร้อยละ 17 (ผู้ป่วย 1 ราย มีอาการหลายระบบ) รพ.นพรัตนราชธานี ได้ทำคลินิกมลพิษออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันไลน์ เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 ประเมินอาการป่วย และสามารถปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ได้” นพ.ไพโรจน์ กล่าว

Advertisement

นพ.เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการ รพ.นพรัตนราชธานี กล่าวว่า คำแนะนำสำหรับประชาชนในการดูแลสุขภาพ ช่วงฝุ่นPM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก และประชาชนที่มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ 1.สวมหน้ากาก N95 หากไม่มีให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละอองได้บางส่วน 2.หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านเมื่อมลพิษอากาศสูง และงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น 3.ควรปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองพัดเข้ามาในบ้าน 4.ทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นภายในบ้าน แต่ไม่แนะนำให้กวาด เพราะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย 5.แนะนำติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ จะช่วยกรองฝุ่นละอองภายในบ้านได้ โดยก่อนที่จะทำการติดตั้ง จะต้องมั่นใจก่อนว่าเครื่องฟอกอากาศนั้นมีขนาดเหมาะสมกับห้องภายในบ้าน 6.กรณีออกไปทำธุระนอกบ้านควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่แว่นตาหรือแว่นครอบตา และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้าน 7.ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดควันดำจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ 8.หมั่นดื่มน้ำสะอาด 9.หากพบอาการผิดปกติของร่างกายให้รีบมาพบแพทย์ทันที