คาร์บอนเครดิตขายได้ ชีวะภาพ เผยซื้อ 15 ตันจากสุพรรณฯ จัดกิจกรรมปล่อยปลาสิงห์บุรี

7.01.25 | 17:31 น.

คาร์บอนเครดิตขายได้ ชีวะภาพ เผยซื้อ 15 ตันจากสุพรรณฯ จัดกิจกรรมปล่อยปลาสิงห์บุรี


เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา ได้จัดงานปล่อยปลาฟื้นชีวิต ที่บริเวณริมลำน้ำแม่ลา จ.สิงห์บุรี มีการเสวนา เรื่องการอนุรักษ์แหล่งน้ำและพันธุ์ปลาช่อนในลุ่มน้ำแม่ลาการ้อง ซึ่งนับวันปลาช่อนแม่ลา ซึ่งเป็นปลาพื้นถิ่น จ.สิงห์บุรี จะลดปริมาณน้อยลงอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะปลาจากแหล่งน้ำในธรรมชาติแม้จะยังพอมีอยู่บ้าง แต่ไม่เพียงพอที่จะส่งขายให้ร้านอาหารเหมือนในสมัยก่อนอาจจะยังพอมีอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะซื้อกันระหว่างชาวบ้านกันเองมากกว่า แม้กระทั่งในฟาร์มที่เพาะเลี้ยงปลาช่อนแม่ลานั้น ก็ยังผลิตปลาออกมาไม่เพียงพอกับความต้องการแก่ร้านอาหารที่รับซื้อ

“งานที่จัดขึ้นนั้น ได้มีการปล่อยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาช่อน 1 พันตัว ปลาเกร็ด เช่น ตะเพียน กระแหทอง 1 พันตัว และปลาทั่วไปอีก 1 พันตัว โดยมีประมง  จ.สิงห์บุรี มาร่วมด้วย” นายชีวะภาพกล่าว

Advertisement

ประธานกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวว่า ปลาช่อนแม่ลา เป็นปลาที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ที่ปลาช่อนในพื้นที่อื่นๆ ไม่มี โดยเฉพาะเรื่องของรสชาติ ที่มีความโดดเด่น ทั้งนี้ สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปไม่ว่าคุณภาพน้ำ ไม้ริมน้ำ รวมถึงตัวลำน้ำที่เปลี่ยนไป มีการก่อสร้างทับพื้นที่ ปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำ ทำให้ปลาช่อนแม่ลาหายไปกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณที่เคยมีในอดีต ทั้งนี้ การปล่อยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาลงน้ำ อาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะการจะให้เพิ่มปริมาณปลาช่อนแม่ลาในลำน้ำแม่ลาการ้องนั้นจะต้องทำอย่างเป็นระบบล้อกันไป เช่น ปรับปรุงแหล่งน้ำ สร้างระบบความหลากหลายทางชีวภาพให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่ของปลาให้ใกล้เคียงกับในอดีต

“ยอมรับว่าทำยาก และไม่ทันการณ์เมื่อเทียบกับความต้องการบริโภคของประชาชนทุกวันนี้ รวมทั้งมีความพยายามที่จะทำให้ปลาช่อนแม่ลาการ้อง เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของ จ.สิงห์บุรี จึงต้องไปส่งเสริมให้เกิดฟาร์มเลี้ยงปลาช่อนแม่ลากับชาวบ้าน และผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถผลิตปลาช่อนแม่ลาออกมาเพียงพอกับความต้องการของตลาด” นายชีวะภาพกล่าว

ประธานกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวว่า นอกเหนือ การปล่อยปลาลงลำน้ำแม่ลาการ้องแล้ว ภายในงานยังถูกจัดขึ้นภายใต้รูปแบบคาร์บอนต่ำ โดยก่อนจัดงานได้แจ้งทุกคนเข้าใจถึงรูปแบบการจัดงาน และขอความร่วมมือ ให้ใช้พลังงานตามความจำเป็นให้น้อยที่สุด เพื่อให้นำไปสู่การจัดงานที่มีการผลิตคาร์บอนฯเป็นศูนย์

“ยอดคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ปลดปล่อยจากกิจกรรมของคนมาร่วมงาน ประกอบด้วย ค่าน้ำมันเดินทาง ไฟฟ้า อาหาร ดนตรี คนเข้าร่วมงานจำนวนคน 350 คน เป็นเวลา 6 ชั่วโมง รวมการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวน 15 ตัน คาร์บอนๆ เฉลี่ยปลดปล่อยคนละ 0.014 ตัน ต่อคน เราได้ซื้อคาร์บอนเคดิตรจำนวน 15 ตัน ตันละ 180 บาท จากโครงการผลิตชีวมวล(ด่านช้าง) ชดเชยเพื่อให้เป็น 0ในงาน รวมเงิน 2,700 บาท เป็นตัวอย่างที่เราพยายามทำให้สังคมเห็น ถึงการมีส่วนร่วมในการลดปัญหาการเกิดโลกร้อน การซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการผลิตชีวมวล(ด่านช้าง) เป็นการส่งเสริมให้องค์กรเข้าร่วมในการสร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อลดโลกร้อน และสามารถขายกลับคืนในรูปแบบ ขายคาร์บอนเครดิตได้จริง อีกด้วย”นายชีวะภาพ กล่าว