ชัชชาติ ไม่ยอมแพ้ PM2.5 งัดมาตรการลดฝุ่น รอดูผล ‘บินฝนหลวง’

8.01.25 | 14:43 น.

ชัชชาติ ไม่ยอมแพ้ PM2.5 งัดมาตรการลดฝุ่น รอดูผล ‘บินฝนหลวง’

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯว่า ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่สูงขึ้น ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ไม่ใช่ปัญหาของกรุงเทพฯเพียงที่เดียว ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นคือสภาพอากาศที่ปิดในระดับที่ค่อนข้างต่ำ (ระดับประมาณ 1,000 เมตร) ประกอบกับอัตราการไหล-การระบายอากาศน้อยลง และเริ่มกลับมามีการเผาชีวมวลในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรในโซนนอกเมือง และจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในปีนี้จากการตรวจสอบจุดความร้อน (hotspot) ก็พบว่ามีการพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นหลายจุดจากปีก่อน (2567)

นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะเดียวกันจากการรณรงค์มาตรการรถคันนี้ลดฝุ่น และการให้รถบรรทุกลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ซึ่งมีรถมาลงทะเบียนแล้วกว่า 10,000 คัน เชื่อว่าการปล่อยมลพิษของรถยนต์และรถบรรทุกในปีนี้จะไม่มากเท่าปีก่อน และหากประชาชนหันมาใช้รถสาธารณะให้มากขึ้น ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลให้น้อยลง รวมถึงโครงการรถคันนี้ลดฝุ่น ปี 2568 ขณะนี้มีรถยนต์เข้าร่วมโครงการโดยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองแล้วกว่า 100,000 คัน อีกทั้งมาตรการ Work From Home เมื่อค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง 5 เขต ต่อเนื่อง 2 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนร่วมเป็นเครือข่าย Work From Home กับ กทม. บุคลากรรวมมากกว่า 90,000 คน ตั้งเป้าให้ถึง 200,000 คน เชื่อว่าสถานการณ์จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินมาตรการด้านต่างๆ อย่างจริงจัง พร้อมทั้งต้องเร่งศึกษา ตรวจสอบ และวิเคราะห์สาเหตุของพื้นที่ที่มีการสะสมของฝุ่น อาทิ เขตหนองแขม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพฯติดต่อกันหลายวันมาหาสาเหตุและหาแนวทางแก้ไขต่อไป

“ส่วนเรื่องการทำฝนเทียม แม้ว่าจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด แต่ถือเป็นแนวทางที่ดี สะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาและหาแนวทางแก้ไขทุกวิถีทาง ส่วนผลสำเร็จต้องรอติดตามจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตรอีกครั้งหนึ่งในภายหลัง” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ ในระยะนี้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม-แดง ครอบคลุมทุกพื้นที่ ประชาชนควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง หรือหากมีความจำเป็นให้ใช้หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้ง หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด