เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สถานการณ์เริ่มดีขึ้น วันนี้อากาศเปิดการระบายดีขึ้น รวมถึงพรุ่งนี้ (11ม.ค.) ที่เป็นวันเด็กแห่งชาติ จากการพยากรณ์พบว่าอากาศอยู่ในระดับสีเขียวคือคุณภาพอากาศดี และระดับสีฟ้าคือ คุณภาพอากาศดีมาก เพราะมีลมเข้ามาและอากาศไม่กด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝุ่นจะกลับมาแย่อีกครั้งในกลางสัปดาห์หน้า
เมื่อถามว่า จากสถานการณ์ในขณะนี้จำเป็นต้องประกาศ ใช้มาตรการ Work form Home รวมถึง ให้เด็กเรียนออนไลน์ หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็น แต่มาตรการ Work form Home จะกลับไปทบทวนเรื่องเกณฑ์ในการออกประกาศให้มีความผ่อนปรน และประกาศใช้มาตรการได้ง่ายขึ้น เพื่อจะได้สร้างแรงจูงใจให้คนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น เนื่องจากในช่วงวันที่ 14 ก.พ. 67 กทม.ประกาศ Work form Home ก็เห็นชัดเจนว่า ปริมาณการจราจรบนท้องถนนลดลงเกือบ 10% ส่งผลให้การปล่อยก๊าซต่างๆ ลดลง ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยกับคณะทำงานให้ตรวจเช็คเรื่องค่าฝุ่นในช่วงวันพุธหน้าอีกครั้ง ถ้าหากมีแนวโน้มสูงมากก็อาจจะพิจารณาให้มีการประกาศใช้มาตรการ Work form Home ซึ่งก็เป็นทางเลือก
ส่วนเรื่องของโรงเรียนหากจะปิดเรียนก็จะต้องคำนึงถึงการอยู่บ้านของเด็กนักเรียนด้วย โดยเฉพาะเด็กเล็กหากไม่มีคนดูแล สุดท้ายเด็กก็ยังออกมาวิ่งเล่นกลางแจ้งอยู่ดี ดังนั้นเรื่องเด็กเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การอยู่โรงเรียนอาจจะปลอดภัยกว่าเพราะโรงเรียนในสังกัด กทม.มีห้องเรียนปลอดฝุ่น มีครูคอยดูแลเด็กให้อยู่ในพื้นที่ปิด จึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดี

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากคนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดผลขึ้น จากการเผาไม่ว่าจะเป็นทั้งโรงงานหรือเครื่องยนต์หรือการเผาวัสดุต่างๆ ดังนั้น เราจึงต้องช่วยกัน ในการแก้ปัญหาและป้องกันการเกิดฝุ่น อาทิ ใครที่ใช้รถยนต์ก็ควรจะนำรถไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง โดย กทม.มีโครงการรถคันนี้ลดฝุ่น ตั้งเป้าหมายไว้ 500,000 คันปัจจุบันมีคนไปเปลี่ยนแล้ว 160,000 คัน ส่วนรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปมาลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) แล้วกว่าหมื่นคัน และพยายามใช้รถสาธารณะให้มากขึ้น โดยเริ่มจากที่ตัวเรา
ส่วนตามต่างจังหวัด เกษตรกรต้องช่วยลดการเผา ซึ่งเรามีตัวเลขว่า จ.ปราจีนบุรีและจ.นครนายก ช่วง 2 วันที่ผ่านมามีการเผาสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว แต่เนื่องจากอยู่นอกเขตของ กทม. จึงต้องฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภาครัฐต้องลงมาช่วยว่าจะดูแลช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไรให้หลีกเลี่ยงการเผา ในส่วนของ กทม.เองก็มีแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่เขตมีนบุรีและเขตหนองจอก โดยจัดหาเครื่องอัดฟางมาให้ใช้ฟรี ทั้งนี้ หากสามารถมีเครื่องอัดฟางกระจายทั่วประเทศได้ เกษตรกรจะได้อัดฟางนำไปขายและไม่ต้องเผา
สำหรับการการป้องกันฝุ่นในโรงเรียนของ กทม.นั้น นายชัชชาติระบุว่า ขณะนี้เรามีห้องเรียนปลอดฝุ่นครบทุกที่แล้ว อีกทั้งเด็กนักเรียนมีความเข้าใจเรื่องฝุ่นด้วยการชักธงสีแสดงค่าฝุ่นที่โรงเรียนทุกวัน ทั้งนี้เมื่อมีค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นก็สามารถให้เด็กนักเรียนเข้าไปยังห้องปลอดฝุ่นได้ รวมทั้งมีการขยายเครื่องฟอกอากาศเข้าไปยังศูนย์ฯเด็กเล็กทุกศูนย์
“เรื่องฝุ่นเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องแก้ไขจึงต้องปลูกฝังตั้งแต่ภายในโรงเรียน อย่างไรก็ตามโรงเรียนสังกัด กทม.มีความพร้อมมากขึ้น ในการรับมือกับสถานการณ์ฝุ่น แต่ยังไม่ 100% ก็ยังคงมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง” นายชัชชาติกล่าว


