กรมอนามัยเผย ค่าฝุ่นลดลงรับวันเด็ก แนะเช็กซ้ำหากส้ม-แดง เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
เมื่อวันที่ 10 มกราคม พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปี 2568 ซึ่งมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. เป็นประธาน เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาว่า กรมอนามัยได้ตรวจสอบและคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคกลาง พบว่า ช่วงวันที่ 11-13 มกราคมนี้ ค่าฝุ่นมีแนวโน้มดีขึ้นอยู่ในระดับสีเขียว และสีเหลือง และจะกลับมาเกินมาตรฐานในระดับสีส้มและสีแดง ช่วงวันที่ 14-15 มกราคม 2568 ทั้งนี้ ขึ้นกับสภาพอากาศและปัจจัยภายนอก เช่น การเผา หรือไฟป่า ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด
“สำหรับข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพ สำหรับประชาชน โดยเฉพาะเด็กเล็กขอให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและจัดให้อยู่ในห้องปลอดฝุ่น หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย หรือ N95 มีขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้าและสวมให้กระชับกับใบหน้าของเด็ก เตือนเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่แนะนำสวมหน้ากาก เนื่องจากมีความเสี่ยงในการหายใจไม่ออก และเด็กไม่สามารถสื่อสารหรือช่วยเหลือตัวเองโดยการดึงหน้ากากออกเองได้ แนะนำให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองได้เบื้องต้น สำหรับเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ ควรเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม และกินยาประจำสม่ำเสมอ โดยผู้ปกครองควรพกยาที่จำเป็นติดตัว เพื่อให้เด็กใช้เมื่อมีอาการกำเริบ” พญ.อัมพรกล่าว
อธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า ส่วนสถานศึกษา ควรเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเข้าแถวหน้าเสาธง การออกกำลังกายหรือแข่งกีฬากลางแจ้ง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และวิธีการป้องกันตนเองแก่นักเรียนอยู่เสมอ ขอความร่วมมือผู้ปกครองดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถ ไม่ควรติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ระหว่างรอ
“จากสภาพอากาศหนาวอุณหภูมิที่ลดลง เกิดการระบายอากาศต่ำ ส่งผลให้ฝุ่นละอองไม่กระจายตัวและลอยสะสมอยู่ในบรรยากาศ จึงมีค่าเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2567-10 มกราคม 2568 พบว่า ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานถึง 56 จังหวัด โดยอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) กว่า 15 พื้นที่ นอกจากนี้ ในปี 2567 พบว่า เด็กที่อยู่ในช่วงอายุ 0-4 ปี จำนวน 2,322,319 ราย อยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน และการเจ็บป่วยด้วยโรคหอบหืดในเด็กเล็ก 0-4 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบอัตราป่วยในปี 2564 จำนวน 79.10 ต่อแสนประชากร ปี 2565 จำนวน 75.35 ต่อแสนประชากร ปี 2566 จำนวน 183.95 ต่อแสนประชากร และปี 2567 จำนวน 182.63 ต่อแสนประชากร” พญ.อัมพรกล่าว และว่า จากข้อสั่งการในการประชุมทางไกลของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงได้กำหนดมาตรการและมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เร่งสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แจ้งเตือนประชาชน ลดและป้องกันผลกระทบกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงจาก PM2.5 จัดบริการทางการแพทย์ให้ครอบคลุม จัดทำห้องปลอดฝุ่น และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งนี้ ขอให้สังเกตอาการผิดปกติ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หากพบอาการ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด ให้รีบพาไปพบแพทย์ สามารถประเมินอาการจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองเพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพของเด็ก ได้ที่ https://4health.anamai.moph.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมอนามัย 1478

