สภาผู้บริโภคขีดเส้น 3 วัน จี้ OPPO-realme แจงติดตั้งแอพพ์เงินกู้ได้ไง บี้ 5 หน่วยงานสอบข้อเท็จจริง

12.01.25 | 19:01 น.

สภาผู้บริโภคยื่นคำขาด! ให้ OPPO-realme แจงปมแอพพ์เงินกู้ Fineasy และสินเชื่อความสุข เร่งแก้ปัญหาผู้บริโภคใน 3 วัน จี้ 5 หน่วยงานรัฐสอบข้อเท็จจริง พร้อมเชิญผู้บริโภคร้องเรียน TCC หากได้รับความเสียหาย

จากกรณีที่มีผู้ออกมาแจ้งเตือนว่า พบแอพพลิเคชั่นกู้เงินเถื่อน สินเชื่อความสุข และ Fineasy ถูกติดตั้งมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนยี่ห้อ OPPO และ Realme โดยทั้ง 2 แบรนด์ออกมาชี้แจงแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มกราคม นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า เรียกร้องบริษัท OPPO และ Realme ชี้แจงภายใน 3 วัน ว่าแอพพลิเคชั่นกู้เงินเถื่อนดังกล่าวติดตั้งมาบนอุปกรณ์ได้อย่างไร พร้อมเรียกร้องให้ถอนแอพพ์ออกจากเครื่องโดยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำ และต้องไม่ให้เป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภคต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ

นายอิฐบูรณ์ระบุว่า การชี้แจงของบริษัทถือเป็นการสะท้อนความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ หากยังนิ่งเฉย สภาผู้บริโภคจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

“เรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยออกมาตรการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม และขอย้ำว่าการติดตั้งแอพพลิเคชั่นโดยไม่ได้รับความยินยอมถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานใน มาตรา 4 (2) ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ที่ผู้บริโภคต้องมีสิทธิเลือกใช้สินค้าและบริการโดยไม่ถูกบังคับ และต้องได้รับความปลอดภัย โปร่งใส ที่สำคัญผู้บริโภคไม่ควรต้องตกเป็นเหยื่อการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ” นายอิฐบูรณ์กล่าว

Advertisement

รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภคระบุว่า สภาผู้บริโภคขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายโดยด่วนกับกรณีที่เกิดขึ้น โดยภายในสัปดาห์นี้สภาผู้บริโภคจะส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต้องตรวจสอบและดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคตามอำนาจหน้าที่ โดยเฉพาะประเด็นสินค้าและบริการที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินของประชาชน หากพบว่ามีการละเมิด ต้องดำเนินการลงโทษและเยียวยาผู้บริโภคทันที

2.สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ต้องตรวจสอบการละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น พร้อมบังคับใช้กฎหมายพีดีพีเอ (PDPA) อย่างจริงจัง

3.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องตรวจสอบผู้รับใบอนุญาต เช่น ค่ายมือถือ ที่ปล่อยให้แอพพ์อันตรายติดตั้งมากับสมาร์ทโฟน โดยประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม พ.ศ.2566 กำหนดชัดเจนว่าผู้รับใบอนุญาตต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลและความปลอดภัยของผู้บริโภค

4.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ต้องเรียกบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์ม เช่น เพลย์สโตร์ (Play Store) เข้าหารือ เพื่อกำหนดมาตรการคัดกรองและบล็อกแอพพ์ผิดกฎหมาย

และ 5.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเร่งออกมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อผิดกฎหมาย และดำเนินการปราบปรามแอพพ์กู้เงินเถื่อนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ด้าน นายภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาสภาผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแอพพ์กู้เงินเถื่อนอย่างสินเชื่อความสุข แล้วกว่า 1,800 ราย พบว่าผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิชัดเจนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งยังเกิดความไม่ปลอดภัยต่อทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งสภาผู้บริโภคได้ส่งรายชื่อแอพพ์ต้องสงสัยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไปแล้ว

นอกจากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นข้างต้น สภาผู้บริโภคยังเรียกร้องให้มีการออกและเร่งบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่มีความชำรุดบกพร่อง หรือที่มีความเสี่ยงในการใช้งาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าหรือบริการที่ไม่มีมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันในไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะด้านนี้ ได้แก่ กฎหมายความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือกฎหมายเลมอน ลอว์ (Lemon Law) เพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งขณะนี้สภาผู้บริโภคได้ยื่นรายชื่อเสนอกฎหมายดังกล่าวนี้แล้ว

นายภัทรกรกล่าวด้วยว่า ขอเชิญชวนให้ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการหลงเชื่อใช้แอพพ์ที่ขายพ่วงมือถือ หรือแอพพ์ที่ติดตั้งโดยไม่ยินยอม หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแอพพ์กู้เงินเถื่อน ติดต่อสภาผู้บริโภคที่หมายเลข 1502 หรือร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ tcc.or.th รวมถึงช่องทางการสื่อสารของสภาผู้บริโภค เพื่อให้สภาผู้บริโภคช่วยเหลือและเรียกร้องค่าเสียหายตามสิทธิของผู้บริโภคอย่างเร่งด่วน