OKMD ชวนชิงเงินกว่า 2 แสนบาท! เปิดตัวโครงการ Learn Lab 2025 สนามแข่งไอเดีย ดัน ‘มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI’ พาธุรกิจสร้างสรรค์ก้าวข้ามขีดจำกัด เปิดกว้าง-ไม่จำกัดอายุ
เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ สำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน “Learn Lab 2025: Mega Trend Meta Learning” ภายใต้โครงการมหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI มุ่งเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการพัฒนาและนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคมนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า มีประชาชนและผู้เข้าร่วมแข่งขันโครงการ Learn Lab 2025 เดินทางมาลงทะเบียนเข้าร่วมฟังเวทีเสวนากันอย่างล้นหลาม และรับฟังการแลกเปลี่ยนมุมมองหัวข้อ “โลก AI อุตสาหกรรม และ Mega trend จะเป็นอย่างไร เมื่อ A Iกำลังจะเข้ามา?” เพื่อเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และนำเสนอผลงานเพื่อชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวเปิดโครงการว่า Learn Lab 2025 เป็นโครงการที่ทาง OKMD คิดค้นขึ้นมา ด้วยอยากให้เป็นห้องปฏิบัติการของการเรียนรู้ ซึ่งเราอยากให้ห้องเรียนแห่งนี้ เป็นพื้นที่แห่งการประลองความคิดใหม่ สำหรับการเรียนรู้เรื่องแห่งอนาคต
“ปีที่แล้วเราเจอกันที่มิวเซียมสยาม ปีนี้เราเจอกันที่ TK Park ปีถัดๆ ไปเราก็ยังจะเจอกันอีก ปีนี้มีความพิเศษ ซึ่งผมอยากจะเชิญชวนน้องๆ ทุกคนได้มาประลองความคิดที่เชื่อมโยงกับ เมกะ เทรนด์ (Mega Trend) ซึ่งเป็นกระแสโลก ไม่ว่าจะอยู่ทวีปไหนในโลกคนเขาก็ทำเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี ความมั่นคงทางด้านอาหาร พลังงาน สิ่งแวดล้อม หรือกระทั่ง Geo-Politics มันมีหลายประเด็นมาก
ถ้าเราปล่อยไหล ไม่ทำอะไรกับเมกะ เทรนด์ เลย บางเรื่องก็เป็นประโยชน์ บางเรื่องก็นำพวกเราไปสู่ปัจจัยเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้น ถ้าหากเรามีแนวคิดอะไรใหม่ ในการที่จะทำให้เทรนด์ที่ว่าไปอยู่ในจุดที่เราต้องการก็จะเป็นประโยชน์ ซึ่งสิ่งที่จะมาช่วยเราในคราวนี้ คือ ปัญหาประดิษฐ์หรือ เอไอ (AI) เพราะฉะนั้น Learn Lab แห่งนี้ก็อยากให้น้องๆ มาประลองความคิด จับเมกะ เทรนด์ โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์” ดร.ทวารัฐระบุ

ดร.ทวารัฐกล่าวต่อว่า ธีมโครงการปีนี้เกี่ยวกับ Mega Trend หรือ Learn Lab: Creativity Beyond AI ซึ่งเราอยากจะให้น้องๆ ได้มาประลองความคิดสร้างสรรค์ นำเอไอมาประยุกต์ใช้ในเรื่องที่เป็นเมกะ เทรนด์ต่างๆ
“เมกะ เทรนด์ในไทยมีหลายเรื่อง เช่น บางคนอาจจะพูดเรื่อง Future Food บางคนพูดเรื่อง Precision Agriculture หรือบางคนพูดเรื่อง Net Zero ก็สุดแล้วแต่ เพียงแค่ว่า เมกะ เทรนด์บางเรื่องมันไม่ได้ทำได้โดยง่าย บางเรื่องมันต้องเติมความสร้างสรรค์เข้าไป ถ้าเจาะลงมาในประเทศไทยมากขึ้นอีก ก็จะเห็นเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม เรามีทุนด้านนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราอยากเชิญชวนให้น้องๆ ใช้โอกาสในช่วงนี้และพื้นที่ห้องปฏิบัติการการเรียนรู้แห่งนี้ให้เป็นประโยชน์
2 เดือนนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม ไปจนถึงเดือนมีนาคม น้องๆ จะมีโอกาสได้เรียนรู้ในแบบที่คุ้นเคย หรือถ้าเคยมาร่วม ก็ขอให้สนุกกับงานลักษณะนี้ เพราะเป็นงานกึ่งค่ายบูทแคมป์ (Bootcamp) ระดมความคิด สร้างพลัง และทำงานเป็นทีม มีโอกาสได้เรียนรู้จากโค้ชเข้ามาช่วยแนะนำให้ความรู้ และที่สำคัญจะได้รับแรงบันดาลใจจากแชมป์เก่าอีกด้วย” ดร.ทวารัฐเผย

ดร.ทวารัฐกล่าวอีกว่า โครงการ Learn Lab เราให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีม หรือ อาจจะทำงานเดี่ยว คู่ ทีม หลากหลายก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญเราต้องรู้จักบทบาทของตัวเอง ทำตามบทบาทที่ควรจะเป็น และมีโอกาสในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น
“ผมได้รับทราบว่า น้องๆ ที่จะเข้าร่วมบูทแคมป์ครั้งนี้ จะได้เรียน หรืออบรมกับพี่ทีมงานอย่างน้อย 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 เดือนนี้ อยากให้น้องทุกคนชวนเพื่อนกันมาร่วมกระบวนการเรียนรู้ครั้งนี้ เพราะผมเชื่อว่าทั้ง 5 ห้อง จะมีวิทยากรที่เป็นผู้รู้ และมีประสบการณ์จริง จะทำให้น้องๆ สนุกและรับความรู้ นำไปสร้างประโยชน์ต่อกับโครงการน้องๆได้
ผมเข้าใจว่าสุดท้ายแล้ว น้องๆ จะมาประลองยุทธหรือประลองความคิดกัน รอบตัดสินในช่วงกลางเดือนมีนาคม เพราะฉะนั้นช่วง 2 เดือนนี้ จะเป็นช่วงที่น้องๆ ได้ปลดปล่อยพลังสมอง ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ได้ ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเรียนรู้แห่งนี้ และขอให้ทุกคนได้สนุก ปลดปล่อยพลังความคิดให้กับประเทศชาติต่อไป” ดร.ทวารัฐทิ้งท้าย

สำหรับ การสมัครเข้าร่วมโครงการ มี 2 ขั้นตอน คือ 1. ผู้ที่สนใจอยากเปลี่ยนแปลงสังคม ไม่จำกัดอายุ อาชีพ การศึกษา รวมสมาชิกให้ได้จำนวน 2-5 คน 2. นำเสนอโมเดลธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม Mega Trend 3 ประเภทหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมดนตรีและศิลปะ และอุตสาหกรรมความงามและการดูแลสุขภาพ ที่กำลังดำเนินการอยู่หรือเป็นแนวคิดใหม่ และมีการผสานการใช้เทคโนโลยี AI แต่ก็สามารถนำเสนอโมเดลธุรกิจใน Mega Trend ด้านอื่นๆ ที่ผู้สมัครสนใจได้
โดยเมื่อได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการแล้ว จะได้รับการบ่มเพาะผ่าน 2 กิจกรรม ได้แก่ Bootcamp : การอบรมเชิงลึกเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ในด้าน AI และธุรกิจ และ Mentoring : การให้คำปรึกษาเฉพาะด้านจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเทคโนโลยี AI ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายในการนำเสนอผลงาน ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2568 เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 200,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายในงานนี้ยังได้เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ผ่าน 2 Forum ได้แก่ Meta Learning: CREATIVITY BEYOND AI โดย นายโตมร ศุขปรีชา จาก OKMD, นายพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง divana, ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร สมาชิกคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ อดีตนายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), นายพริษฐ์ เที่ยงธรรม ผู้ชนะเลิศ LearnLab 2023 จากทีม Edsy และ นายภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Alpha Plus Sandbox ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิด Meta Learning และศักยภาพของคนรุ่นใหม่
พร้อมด้วย AI Super X Forum ที่แบ่งปันเรื่องเล่าโอกาสต่างๆ ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และ Mega Trend ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ตั้งแต่ Agriculture Industry ไปจนถึง Wellness ผ่านการพูดคุยระหว่าง นายวรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง จาก Insiderly.ai, นายอริญชย์ พฤกษานุศักดิ์ จาก ศรีตรัง, นายธเนศ จิระเสวกดิลก จาก divana, และนายวันรบ บุญธรรม จาก Token X
โดยถัดจากกิจกรรมเปิดตัว ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้สัมผัสกับ Bootcamp ถึง 8 ครั้ง โดยนักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญตัวจริง อาทิ นายตรีภพ เที่ยงตรง จาก Spectre Technologies, น.ส.สุพิชญา พู่พิสุทธิ์ CEO & Co-Founder Perceptra และ นายวิชัย มาตกุล จาก Salmon house เป็นต้น
ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและอนาคตใหม่ของประเทศไทยไปพร้อมกันกับ “Learn Lab 2025” ก้าวสู่ “มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI” เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของสังคมไทย ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ‘OKMD’ : www.facebook.com/OKMDInspire หรือ Facebook ‘Alpha Plus SANDBOX’ : www.facebook.com/alphaplus.sandbox


